โครงการซีพีเพื่อความยั่งยืน
การยกย่องเชิดชูRecognition Award
โครงการที่ได้รับการคัดเลือก ครั้งที่ 1 : รวมทั้งหมด 38 โครงการ
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPF
ศูนย์การเรียนรู้เกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียง บ้านดอนวัวจากปัญหาความยากจนของชุมชนบริเวณพื้นโรงงานฯ ที่ชาวบ้านส่วนมากมีอาชีพเกษตรกรรม ปัญหาภัยแล้งมีความรุนแรงเดือดร้อน ปัญหารายได้ลดลง ปัญหาต้นทุนภาคเกษตรสูงขึ้น CPF ธุรกิจไก่พันธุ์โคราช จึงได้เข้ามาส่งเสริมและจัดตั้งกลุ่มอาชีพการเลี้ยงสัตว์ปีกและประมง โดยส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดไข่ และเลี้ยงปลาดุก เพื่อสร้างอาชีพให้ชุมชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน ไปสู่การพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้
โดยได้ทดลองเลี้ยงเป็ดไข่และปลาดุก ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาอบรมให้ความรู้เรื่องการเลี้ยง แนะนำการจัดการ ติดตามผล แก้ปัญหาร่วมกับสมาชิกในกลุ่ม และยังมีกลุ่มอาชีพอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มเพาะเห็ด, กลุ่มสมุนไพร, กลุ่มข้าวโพด, กลุ่มไม้ผล, กลุ่มปลูกผักปลอดสาร, กลุ่มข้าว และกลุ่มปุ๋ยหมัก ทำให้กิจกรรมของศูนย์เจริญก้าวหน้าตามลำดับ
จากการดำเนินการทีผ่านมา สมาชิกภายในศูนย์ฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ย 30 % ต่อครัวเรือน สามารถสร้างอาชีพตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก่สมาชิกภายในศูนย์ฯ 20 ครัวเรือน มีเครือข่ายที่เข้าร่วมส่งเสริมและพัฒนา ศูนย์การเรียนรู้เกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียง บ้านดอนวัว 9 องค์กร ทำให้ชุมชนบ้านดอนวัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพที่มั่นคงอย่างยั่งยืน
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPF
โครงการซีพีเอฟ อิ่ม l สุข l ปลูกอนาคต : โรงเรียนบ้านใหม่สำโรงการมีโภชนาการที่ดี เป็นฐานสำคัญของพัฒนาการและการเจริญเติบโตในทุกด้าน CPF โดยธุรกิจไก่พันธุ์เนื้อ สระบุรีได้ร่วมสร้างโภชนาการที่ดีในเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้มีการปลูกผักที่ใช้น้ำน้อย แต่ได้สารอาหารรอง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ได้แก่ โครงการเพาะเห็ดเพื่ออาหารกลางวัน และร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ดำเนิน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน”
จากการดำเนินการพบว่านักเรียนได้ทานอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารรองและใยอาหารผ่านเกณฑ์ Thai School Lunchมีภาวะขาดโภชนาการ ลดลงเหลือ ร้อยละ 0.5 และช่วยสร้างประสบการณ์การเพาะเห็ด การแปรรูป และการจัดจำหน่าย สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพ และสร้างเครือข่ายโรงเรียนชุมชนมาแลกเปลียนเรียนรู้
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
โรงเรียนต้นแบบสู่ความยั่งยืนทางโรงงานแกลง มีการดำเนินกิจกรรมการสานเสวนาชุมชน ได้รับการสนับสนุนจากผู้สูงอายุในชุมชน บริจาคที่ดินจำนวน 9 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและความรู้ด้านโภชนาการให้กับนักเรียน ลดรายจ่ายค่าอาหารกลางวัน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และสร้างแหล่งเรียนรู้การเข้าถึงอาหารในโรงเรียนและชุมชน
จากที่ทางโรงเรียนมีข้าวจากแปลงนาจึงต่อยอดด้วยการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่ออาหารกลางวันจึงร่วมกันดำเนินการสร้างโรงเรือน , สนันสนุนพันธุ์ไก่ไข่, ติดต่อนักวิชาการของเครือ CP มาให้ความรู้ , การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
ปัจจุบัน โครงการ สร้างรายได้ให้กับโรงเรียน และสร้างภาวะโภชนาการที่ดีให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินสมบูรณ์ มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ 100% จำนวนผลผลิตเฉลี่ยจากโครงการมีมูลค่าเฉลี่ย 131,963 บาทต่อปีการศึกษา และเป็นโรงเรียนต้นแบบให้กับ โรงเรียน และหน่วยงานต่างๆที่ให้ความสนใจ เข้าเยี่ยมชมผลการดำเนินโครงการเพื่อนำความรู้ไปบูรณาการต่อยอด และเป็นอาชีพต่อไป
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPTG
โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ เป็นสิ่งที่อยู่คู่เกษตรกรไทยมาอย่างยาวนานเพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการปลูกข้าวอย่างถูกวิธี ซ้ำร้ายเมล็ดข้าวคุณภาพดี ก็ยังมีไม่เพียงพอใช้ทำพันธุ์ในรุ่นต่อไปหรือถ้าผลิตข้าวได้คุณภาพดีก็ขาดตลาดรับซื้อผลผลิต
บริษัทจึงเข้าไปจัดประชุมชี้แจงโครงการกับเกษตรกรในพื้นที่และรับสมัครสมาชิก โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน จัดให้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรม และรับการอบรมความรู้ในการปลูกข้าวด้วยระบบ GAP (กรมการข้าว)โดยบริษัทสนับสนุนทุนและจัดหาเมล็ดพันธุ์มาให้ตามที่เกษตรกร ต้องการรวมถึงช่วยคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวที่ตรงตามความต้องการของตลาดโดยไม่คิดดอกเบี้ยและรับซื้อคืนผลผลิตด้วยราคาที่สูงกว่าราคาตลาด +400 บาท/ตัน
ทุกวันนี้เกษตรกรในพื้นที่มีรายได้จากการขายข้าวเพิ่มมากขึ้น ชุมชนโดยรอบก็สมัครเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ในปี 2559 บริษัทได้รับรางวัล PM AWARD ของกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร (ข้าว) ในส่วนของโครงการธุรกิจต้นน้ำและได้รับการรับรองจากบริษัท ยูนิลิเวอร์ ว่าเป็นโครงการส่งเสริมฯที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความยั่งยืน
ด้านสังคม
TRUE
ส่งเสริมการเรียนรู้หนังสือผ่านสื่อพกพาสำหรับเด็กนอกระบบการศึกษา“เด็กทุกคนในโลกนี้ต้องได้รับสิ่งที่เท่าเทียมกัน” เป็นคำกล่าวของคุณ นภัทร ฐิติดำเกิง ผู้ดำเนินโครงการ แต่ทุกวันนี้มีเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับการศึกษาในระบบ โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ซึ่งการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติในอนาคต
จึงเกิดเป็นความร่วมมือกันระหว่าง ยูเนสโก Microsoft ทรูปลูกปัญญา กศน. และ สพฐ. ในปี พ.ศ2558 ดำเนินการ รวบรวมสื่อการสอนของเมียนมาและไทยรวมถึง True ClickLife มากกว่า 1,000 รายการ บรรจุลงในแท็บเล็ต พร้อมติดตั้งโทรทัศน์จากโครงการทรูปลูกปัญญา เพื่อใช้ในการสอน รวมถึงมอบสัญญาน wi-fi hotspot พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของ Truemove H เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและเยาวชนของศูนย์การเรียนรู้สามารถเข้าถึงสาระความรู้ได้จากทั่วโลก ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางความรู้ที่ดีขึ้น และเปิดโลกใบเล็กๆของพวกเขาได้อย่างไร้พรหมแดน ซึ่งโครงการนี้ได้ช่วยเยาวชนกว่า 1,440 คน ให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้จนถึงปัจจุบัน
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPF
ส่งเสริมพัฒนาสินค้าชุมชนบ้านหนองพยอม นครราชสีมาจากการไปสานเสวนากับชุมชนในพื้นที่รอบโรงงาน พบว่าปัญหาผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่ทำออกมาขาย ไม่มีฉลากติดถาวรทำให้ขาดข้อมูล ความน่าเชื่อถือ แปรรูปผลผลิตต่างๆเช่นมะพร้าว การจัดการด้านสุขอนามัย รวมถึงการจัดหาช่องทางการจัดจำหน่าย
เพื่อให้ชุมชนมีรายได้เสริมหลังจากการทำนาและมีช่องทางจำหน่ายสินค้าที่แน่นอน ทางทีมงานจึงได้ใช้ความสามารถขององค์กรในการทดลองหาวิธีการแปรรูปมะพร้าว ออกแบบฉลาก ทั้งรูปแบบและรายละเอียดที่ควรระบุไว้บนฉลาก อบรมให้ความรู้ด้านสุขอนามัยในการผลิตอาหารขั้นพื้นฐานให้กับชุมชน เตรียมการประชาสัมพันธ์และเตรียมพื้นที่ให้ชุมชนบ้านหนองพยอม ได้เข้ามาขายผลิตภัณฑ์ในโรงงาน
สินค้าชุมชนที่มีฉลากผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีรายละเอียดสินค้าระบุไว้ในฉลาก ทำให้เกิดความน่าสนใจ สินค้ากลุ่มอาหาร มีกระบวนการผลิตที่ดูสะอาด ถูกสุขอนามัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทานเล่น หรือขนมจากมะพร้าว ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นการเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชน มีช่องทางขายสินค้าที่แน่นอน จึงไม่ต้องห่วงเรื่องของเหลือ ของเสีย ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้ต่อครัวเรือนมากกว่า10,000บาท/เดือน จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้าปัญหาความยากจนของเกษตรกร ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จากการไม่มีที่ดินทำกินมีรายได้จากการปลูกมันไม่ถึง 500 บาท/เดือน เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงอาสาเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา โดยนำแนวพระราชดำริด้านการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในรูปแบบโครงการ 4 ประสาน คือ ภาครัฐ ช่วยคัดเลือกเกษตรกร ธนาคารกรุงเทพ สนับสนุนวงเงินกู้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ช่วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการตลาด การค้ำประกันเงินกู้ และเกษตรกร เกิดเป็นโครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้าในปี พ.ศ.2518
เริ่มดำเนินโดยคัดเลือกเกษตรกรผู้ยากจนเข้าร่วมโครงการ 50 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ เครือฯถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ตามหลักวิชาการ รับผิดชอบการหาตลาดจัดจำหน่าย และสอนวิธีบริหารด้านบัญชี การเงินเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้แก่เกษตรกร โดยมีคำมั่นในการโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้หมู่บ้านเมื่อครบ 10 ปี จากการทุ่มเทช่วยเหลือเกษตรกรทั้งโครงการจนครบ 10 ปี ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี สอนวิธีบริหารโครงการแก่เกษตรกรและช่วยเหลือด้านการตลาดทำให้โครงการนี้พัฒนาจนเป็นชุมชนเลี้ยงสุกรที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงาน แหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงสุกร ให้กับหน่วยงานที่สนใจทั้งในและต่างประเทศ หลุดพ้นจากปัญหาความยากจน มีรายได้เฉลี่ย 80,000 บาท/ราย/เดือน มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง เมื่อครบกำหนด 10 ปีและทำให้สามารถบริหารโครงการโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน ให้ทุกครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี บุตรหลานได้มีโอกาสเรียนและจบการศึกษาในระดับสูง สมาชิกในชุมชนมีความเป็นปึกแผ่น และมุ่งมั่นสืบทอดอาชีพที่มั่นคงอย่างยั่งยืนตราบเท่าปัจจุบัน
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
1 ฟาร์ม 1 ชุมชนฟาร์มเลี้ยงหมูกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาที่คู่กันมาอย่างยาวนานถึงแม้ทุกวันนี้การเลี้ยงหมูจะวิวัฒนาการไปมากแต่ชาวบ้านก็ยังคงติดกับภาพของฟาร์มหมูในอดีตที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น โรคร้าย และปัญหาอีกมากมาย ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบข้าง และแรงต้านจากชุมชนเป็นอย่างมากในระยะแรกที่เริ่มก่อตั้งฟาร์มโคกอุดม
แต่เราเชื่อว่า “ความดีและความจริงใจ” จะสามารถทลายกำแพงแห่งความเข้าใจผิดของชุมชนลงได้บริษัท ซีพีเอฟ จึงได้ดำเนินงานเพื่อสานสายสัมพันธุ์กับชุมชน ช่วยคนในพื้นที่ด้วยการ สร้างงาน สอนเด็กๆปลูกผักปลอดภัยเพื่ออาหารกลางกวัน สร้างอาชีพ ด้านการเกษตรในชุมชน การทำปุ๋ยจากมูลสุกร สร้างความเข้าใจ ให้ความรู้เรื่อง GREEN FARM มาพัฒนาสู่ชุมชน
ทำให้ทุกวันนี้ ฟาร์มโคกอุดม ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนเพราะนอกจากฟาร์มจะไม่ก่อปัญหาด้านมลพิษ ยังสามารถแก้ไขปากท้องของคนในชุมชน ด้วยการสร้างกองทุนแก้ไขความยากจนบ้านบุสูงจนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ปี 58 จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับเกียรติบัตรชนะเลิศ หมูบ้านโครงการ บ้านสวย เมืองสุข ระดับอำเภอ ได้รับเกียรติบัตรรองชนะเลิศ หมูบ้านโครงการ บ้านสวย เมืองสุข ระดับจังหวัด ปี2559 จนชาวบ้านเรียกฟาร์มโคกอุดม ว่าเป็นบ้านอีกหลังในหมู่บ้านบุสูง
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
TRUE
ธนาคารชุมชนโป่งไทรต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ผลผลิตและราคาไม่แน่นอน เป็นปัญหาของชาวบ้านโป่งไทร ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร กว่าร้อยละ 98 ของพื้นที่ส่งผลให้ต้องไปกู้เงินทุนทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อมาลงทุนเพิ่ม จนเกิดเป็นหนี้สินสะสม ที่ชาวบ้านจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบรวมกันมากกว่า 3,000,000 บาทต่อปี
ทางบริษัท จึงชี้ให้ชาวบ้านได้เห็นถึงความรุนแรงในปัญหาดังกล่าวร่วมกันระดมความคิดกำหนดแผนชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืนซึ่งเรื่องเร่งด่วนอันดับต้นๆ ที่ชุมชนต้องร่วมกันทำคือ การก่อตั้งธนาคารชุมชน ร่วมกันสะสมออมเงินสร้างแหล่งทุนชุมชน บริหารจัดการทุนของหมู่บ้าน “โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้าน” บริหารงานโดยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นบุคคลที่สมาชิกเชื่อมั่น ศรัทธา ทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ตลอดเวลา เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้ภายนอก และที่สำคัญคือ สมาชิกในหมู่บ้านทุกคนร่วมเป็นเจ้าของธนาคาร บนพื้นฐานของตัวเอง ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันใช้ประโยชน์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อลดการพึ่งพาภายนอก
ในวันนี้ โครงการ ธนาคารชุมชนบ้านโป่งไทร ได้รับความร่วมมือจากชุมชนอย่างดีกว่า 90% ลดภาระหนี้เสียให้กับชาวบ้านลงได้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน อนาคตที่มีแต่รอยยิ้มและชีวิตที่มั่นคง
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรปัญหาความยากจนของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลเทพนคร อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร เกิดจากการขาดที่ดินทำกิน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ใช้แนวทางแก้ไขตามแนวพระราชดำริด้านการปฏิรูปที่ดิน โดย ได้ก่อตั้งโครงการ ขึ้นในปี พ.ศ.2521 คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้มีแนวคิดว่า ถ้านำเอาที่ดินมาจัดสรรอย่างเหมาะสม พร้อมนำความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ และเทคโนโลยีการผลิตเข้ามาส่งเสริมอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะประสบความสำเร็จได้
การดำเนินโครงการได้ใช้วิธี 4 ประสาน ได้แก่ ส่วนราชการอำเภอเมืองกำแพงเพชร สนับสนุนโครงการด้านสาธารณูปโภค ธ.กรุงเทพ จำกัด(มหาชน) สนับสนุนสินเชื่อ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้จัดทำโครงการบริหารงาน และเกษตรกรที่เป็นสมาชิกโครงการฯ จำนวน 64 ครอบครัว รับผิดชอบด้านการผลิต เกษตรกรจะถูกส่งไปฝึกงานด้านการเลี้ยงสุกร เมื่อสำเร็จการฝึกอบรม ก็สามารถเข้ามาประกอบอาชีพในโครงการได้
ด้วยความมุ่งมั่นของทีมงานจากเจริญโภคภัณฑ์ที่ทุ่มเทและขยันหมั่นเพียร กอปรกับความมุ่งมั่นของเกษตรกรในโครงการฯ มากว่า 38 ปี ทำให้ ปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีรายได้เฉลี่ย 50,000 บาท/ครอบครัว/เดือน มีรายได้จากอาชีพเสริมจาก การเลี้ยงปลาดุกปีละประมาณ 60,000 บาท/ปี จากการปลูกผักกระเฉดน้ำ ปีละประมาณ 50,000 บาท/ปี สามารถสร้างชุมชนที่แข็งแกร่ง มีความสามัคคี กระทั่งได้ชื่อว่า “หมู่บ้านสามัคคี เทคโนโลยีทันสมัย”
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPCROP
ศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว-ปลา-ปาล์มภายใต้แนวคิดของท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ ที่มองเห็นภาคการเกษตรเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนา จึงเล็งเห็นการเปลี่ยนผ่านระบบการเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรทันสมัย ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี ภาคเกษตรต้องมีการปรับตัวตามแนวทาง 3 สูง 1 ต่ำ คือ ลงทุนสูง ประสิทธิภาพสูง คุณภาพสูง และต้นทุนต่ำ จึงนำไปสู่วิธีการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาความยากจนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
ได้จัดทำศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัยข้าว-ปลา-ปาล์มต้นแบบพื้นที่ 290 ไร่ มีการรวบรวมผืนนาให้เป็นแปลงขนาดใหญ่ เพื่อที่จะสามารถใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ขนาดใหญ่ได้ ผลที่ได้ในระยะยาวจะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ในช่วงแรกที่มีรวบรวมการปรับปรุงโครงสร้างผืนนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั้น จะทำให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น จึงต้องมีระบบการจัดการเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูงสุดโดยยึดหลักเกษตรผสมผสาน มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสม เช่น ในนาข้าวนอกจากปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ใช้เครื่องจักรเพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ต้องมีการเลี้ยงปลาควบคู่กันไปเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ บนคันนามีการปลูกพืชต้นปาล์มน้ำมัน ต้นมะพร้าว เนื่องจากพืชทั้ง 2 ชนิดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในอนาคต พืชเสริมประเภทกล้วย รวมไปถึงพืชผักสวนครัว จัดได้ว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ มีการบริหารระบบน้ำอย่างมีระบบ ทำให้เกษตรกรมีรายได้หลายทางตลอดทั้งปี เป็นการลดความเสี่ยงจากการทำนาเพียงอย่างเดียว
จากรูปแบบการดำเนินการ ในศูนย์เรียนรู้ฯ สามารถสร้างรายได้จากผลผลิตต่างๆ 22,000 บาท /ไร่/ ปี เมื่อเทียบกับเกษตรกรที่ใช้พื้นที่ปลูกข้าวอย่างเดียวจะมีรายได้ 2,000 บาท/ไร่/ปี ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้เกษตรทันสมัย ข้าว-ปลา-ปาล์มเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและผู้สนใจศึกษาดูงาน เพื่อนำสู่การพัฒนาต่อยอดให้ภาคการเกษตรของไทยมีความมั่นคง ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดไป
ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาครสถานการณ์ป่าชายเลนของประเทศไทยลดลงกว่าร้อยละ 50 ป่าชายเลนในหลายพื้นที่ถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง จำนวนสัตว์น้ำลดลง ชุมชนขาดรายได้จากการทำประมงชายฝั่ง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม จึงได้ริเริ่มโครงการส่งเสริม สนับสนุน เพื่อช่วยกันดูแลทรัพยากรด้านป่าชายเลน อย่างมีกระบวนการ และกรอบการดำเนินงาน
โดยเริ่มสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนปากอ่าวมหาชัยฝั่งตะวันตก หมู่ที่ 6 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยการประสานความร่วมมือจากหลายฝ่าย ร่วมมือทำกิจกรรม เช่น การปลูกต้นไม้ การดูแล การซ่อมต้นไม้ การเก็บขยะ เพาะกล้าไม้ที่หายาก การปลูกพืชโดยใช้ถ่านไบโอชาร์ ร่วมกันคิดและร่วมกันแก้ปัญหา
ชุมชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลน ทำให้เกิดความรักหวงแหนป่าชายเลน เป็นแหล่งเรียนรู้ อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างมีส่วนร่วมคือ ภาครัฐ ประชาชน และเอกชน ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมกับความรู้ด้านวิชาการต่อสู้กับภัยธรรมชาติและปัญหาที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ(ขยะ) ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้แก่ประเทศไทยกว่า 100 ไร่ เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้แก่ชุมชนอีกด้วย
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPF
ซีพีเอฟ อิ่มสุข ปลูกอนาคต เกษตรพอเพียงเพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนชลประทานบ้านกอโจดจากการที่ซีพีเอฟ ฯได้สำรวจความต้องการของชุมชนโดยรอบโรงงาน พบว่าโรงเรียนมีพื้นที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ และทำแปลงผัก เพื่อเกิดเป็นผลผลิตให้นักเรียนได้ใช้เป็นอาหารกลางวัน
การดำเนินการร่วมกันของสัตวบาล นักวิชาการเกษตร ผู้มีความรู้ของชุมชน ผนึกกำลังช่วยกันตามความถนัดของแต่ละองค์กร ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ลูกบ้านในชุมชนช่วยตัดกิ่งไม้ เกลี่ยดิน ปรับพื้นที่โครงการ ปศุสัตว์อำเภอโชคชัย ช่วยให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ ผู้ประกอบอาชีพทางการเพาะเห็ด สอนการเพาะเห็ด หมอดินประจำอำเภอโชคชัยให้ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยอินทรีย์ การเตรียมแปลงปลูกผักคณะทำงานจากธุรกิจไก่กระทงโคราช สระบุรี พนมสารคาม ให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ การทำวัคซีนและการวินิจฉัยโรคกรณีที่ไก่มีปัญหาสุขภาพ
ผลการดำเนินโครงการ ทำให้ลดปริมาณการซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารกลางวัน ได้ตามเป้าหมาย นักเรียนเข้าถึงวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารประเภทต่างๆที่มีประโยชน์ ส่งผลให้เด็กนักเรียนมีโภชนาการสมวัยตามเกณฑ์ 10.2 % มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ 90 % ในปี 2559 เกิดการร่วมมือเป็นเครือข่ายของการทำโครงการ เพื่อสร้างพื้นที่โครงการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติในการทำการเกษตร ของนักเรียน และขยายผลไปสู่ชุมชนที่สนใจ
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
TRUE
โครงการพลังงานทดแทนฅนบนเขาพื้นที่บางส่วนในชุมชนบ้านโป่งไทร ไม่มีพลังงานไฟฟ้าใช้กว่า 30 ครัวเรือน เนื่องจากการไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ชุมชนขาดความรู้ด้านพลังงานทดแทนรวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบไฟฟ้าสูงและขาดแหล่งจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ในราคาที่เป็นธรรม
แต่ทุกปัญหามีไว้แก้ไข ด้วยความตั้งใจที่อยากเห็นทุกชีวิตมีความสุข ทางทีมงานจึงได้จัดตั้งกลุ่มพลังงานทดแทนฅนบนเขา ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่จุดเริ่มต้น จากคนไม่กี่คนด้วยเงินลงทุนเพียง 8,000 บาท ที่ใช้ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนให้แกนนำ ทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดกลายเป็นการสร้างพลังงานทดแทนให้กับชุมชนของตนเองได้สำเร็จ
ปัจจุบัน กลุ่มพลังงานทดแทนฅนบนเขา สามารถสร้างรายได้จากการให้บริการติดตั้ง ซ่อมบำรุงและให้ความรู้ด้านพลังงานทดแทนแก่ชุมชนและผู้สนใจซึ่งได้รับการยอมรับจากบุคคลในพื้นที่ ด้วยการติดตั้งที่เชี่ยวชาญใช้ต้นทุนในการสร้างได้ถูกกว่าตลาด ส่วนเงินส่วนหนึ่งที่ได้ยังได้นำไปพัฒนากองทุนและระบบสว้สดิการชุมชน เพื่อขยายกิจกรรมการพัฒนาชุมชน เช่น กองทุนดนตรีชุมชนและกองทุนเครื่องเสียงชุมชน เพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้รวมถึงแก้ปัญหาสังคมอื่นๆ ต่อไป
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
เศรษฐกิจพอเพียง การทำปุ๋ยหมักชีวภาพนาโนจากการสำรวจบริเวณพื้นที่ชุมชนโดยรอบโรงงานส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมง อาชีพเกษตรกรชาวสวน และใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรจึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำสวนที่มีต้นทุนสูง ทำให้รายได้จากการขายน้อยลง เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
ทางบริษัทฯและผู้นำชุมชน จึงร่วมกันคิดหาทางออกให้กับปัญหาด้วยการน้อมนำพระราชดำรัส ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยเริ่มจากการทำน้ำหมักเองเพื่อใช้ในการทำเกษตร การปลูกผักปลอดสารพิษ จนเกิดการพัฒนาต่อยอดไปถึงการหมักปุ๋ยชีวภาพนาโน ซึ่งทางบริษัทฯได้จัดอบรมให้ความรู้และร่วมมือกับปราชญ์ชาวบ้าน คิดทำปุ๋ยนาโนซึ่งใช้เวลาในการหมักเพียง 10 วัน ก็สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งผลให้ทุกวันนี้ชาวหมู่บ้านธรรมชาติล่าง ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากถึง 50%สามารถสร้างโรงเรือนทำปุ๋ยหมักอินทรีย์นาโนได้เอง 100% มีรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยที่เหลือจากการใช้เองทำให้ชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น และที่สำคัญช่วยลดรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีได้อีกด้วย
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPALL
โครงการเรียนรู้ คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืนจากการประกอบอาชีพเกษตรกร ของชุมชนโดยรอบบริษัทซีพีแรม อ.ลาดหลุมแก้ว ที่ยังยึดวิถีเกษตรแบบดั้งเดิม คือ ทำเกษตรเชิงเดียวและมีการใช้สารเคมีที่สูง จึงประสบปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิต ราคาผลผลิตไม่แน่นอน และการใช้สารเคมีที่สูงก็ส่งผลต่อสุขภาพ ต่อตัวเกษตรกรและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
บริษัท ซีพีแรม จึงเปิดพื้นที่แปลงเพาะปลูกวัตถุดิบของบริษัท เพื่อให้ชุมชนเข้าศึกษาดูงาน พร้อมกับเปิดการฝึกอบรม ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ ที่เรียบง่ายและยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานสากล ด้านระบบการเพาะปลูกมาตรฐาน Global GAP สอนการทำบัญชีรายรับรายรายจ่ายครัวเรือน
จากการให้ความรู้และการปฏิบัติที่เหมาะสม ทำให้เกษตรกร อ.ลาดหลุมแก้ว มีอาชีพที่มั่นคง สุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะไม่ต้องใช้สารพิษในการเพาะปลูก เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่พร้อมสร้างอาชีพและอนาคตที่มั่นคงแก่ชุมชนและผู้ที่สนใจ
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPCROP
โครงการธรรมชาติปลอดภัยแม่แจ่มด้วยข้อจำกัดในสภาพพื้นที่ของภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ขาดแคลนแหล่งเก็บกักน้ำ เกษตรกรปลูกพืชได้เฉพาะฤดูฝน จึงไม่มีทางเลือกในอาชีพมากนัก ส่วนใหญ่จำเป็นต้องปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การเผาเพื่อเตรียมแปลงปลูก เป็นวิถีชีวิตที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมปฏิบัติ เพราะช่วยประหยัดต้นทุน สะดวกในการเตรียมแปลงปลูก หลายพื้นที่ไม่สามารถควบคุมไฟจากการเผาได้จึงเกิดการลุกลามเข้าป่า
จากการดำเนินการได้น้อมนำศาสตร์ของพระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมกันทำ และเป็นศูนย์กลางพัฒนา รับผิดชอบร่วมกัน เพื่อสะท้อนความต้องการและปัญหาของคนในชุมชน นำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไข มีการนำตัวแทนชุมชนศึกษาดูงานในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเสริมทักษะและพัฒนาอาชีพตามความต้องการ จัดอบรมให้ความรู้เพื่อเสริมทักษะและต่อยอดองค์ความรู้
กลุ่มพืชครบวงจรยังได้ร่วมกับชุมชนในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร มีการสร้างบ่อน้ำ ช่วยให้เกษตรกร 169 ครัวเรือน มีน้ำใช้ในการเกษตรตลอดปี ครอบคลุมพื้นที่ใช้น้ำ 1,404 ไร่ การพัฒนาอาชีพได้ปรับเปลี่ยนสู่การทำเกษตรที่หลากหลาย อาทิกลุ่มไม้ผลไม้ยืนต้น สร้างรายได้เฉลี่ย 50,000-60,000 บาท/ปี กลุ่มพืชผักสร้างรายได้เฉลี่ย 6,000 บาท / เดือน / ครัวเรือน ปัจจุบันชุมชนที่เข้าร่วมโครงการลดการพึ่งพาทรัพยากรป่าไม้ ไม่ต้องบุกรุกป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว(ข้าวโพด) อีกทั้งยังสมัครใจในการคืนผืนป่าเพื่อปลูกเป็นป่าชุมชนกว่า 2,000 ไร่
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPF
ซีพีเอฟ คืนน้าใสให้บ้านโสมงชุมชนบ้านโสมงเกิดปัญหาน้ำประปาชุมชนไหลไม่แรง ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบต่อการบริโภคและการเกษตร เนื่องจากแรงดันน้ำประปาต่ำ ถังเก็บน้ำสำรองมีขนาดเล็ก ท่อเดินน้ำประปาเก่าเป็นสนิมผุพัง น้ำใช้จึงสกปรกบริโภคไม่ได้ ส่วนน้ำใช้ในการเกษตรก็ขาดแคลน ครั้นจะดึงน้ำจากลำคลองในชุมชนก็พบว่าเน่า
บริษัท ซีพีเอฟ จึงเข้ามาศึกษาและช่วยดำเนินการปรับปรุงระบบเดินน้ำประปา ปรับปรุงตู้ควบคุมไฟฟ้าให้มีความปลอดภัย พร้อมทั้งอธิบายกระบวนการบำรุงรักษาประจำเดือน รวมทั้งยังช่วยจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายการจัดการระบบน้ำประปาให้อย่างถูกวิธี แก่คณะกรรมการบริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้านโสมง
ปัจจุบัน สามารถเพิ่มอัตราการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านโสมงได้มากกว่า 3 ลูกบาศ์กเมตร/ชั่วโมงหมู่บ้านโสมง มีคณะกรรมการบริหารจัดการระบบประปาเป็นของตัวเอง จำนวน 1 คณะและมีคณะกรรมการบริหารน้ำประปา จนมีเงินหมุนเวียนเพื่อบำรุงรักษาระบบประมาณ 25,000บาท /ปี
ด้านสิ่งแวดล้อม
TRUE
ค่ายเยาวชน รักษ์พงไพรปัญหาเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้รวมถึงสัตว์ป่าของไทย เป็นรากฐานสำคัญที่จะต้องช่วยกันฟื้นฟูและรักษาให้มั่นคงจึงเกิดเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนรวม 12 องค์กร ตั้ง“ค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร” ขึ้น เพื่อให้เยาวชนไทย เข้าใจถึงประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยเริ่มจากการจัดอบรมครูแกนนำทั้ง 6 ภูมิภาค เพื่อเป็นตัวแทนนำความรู้ที่ได้จากค่ายฯไปขยายผลในโรงเรียน ตลอดจนรื้อฟื้นวิถีการดำรงชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่ดีงามของท้องถิ่นผ่านการฝึกปฏิบัติทั้ง 4 ด้าน คือ พุทธศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษา และพลศึกษาซึ่งถือเป็นความรู้และทักษะที่นำไปใช้ในชีวิตจริงจนสามารถพัฒนาต่อไปได้ด้วยตนเอง
“ค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร” เป็นชื่อที่ได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ ประมาณ 150 โรงเรียน
ด้านสิ่งแวดล้อม
TRUE
ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ”จากปัญหาเรื่องธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องตระหนักและมีส่วนในการรับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ และสัตว์ป่าของไทยที่นับวันยิ่งลดลงทุกๆ ปี
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยดร.อาชว์ เตาลานนท์ จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ2538 เป็นต้นมา โดยให้มีการจัดประกวดภาพถ่ายเพื่อสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ หวงแหนให้รู้จักความงามของป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมถ่ายทอดความงดงามเหล่านั้นผ่านภาพถ่าย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จากการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องมีผู้ส่งภาพเข้าร่วมประกวด ส่งภาพถ่ายที่มีคุณค่า สวยงามมากมายมีมุมมองแปลกใหม่ สื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ และคุณค่า เกิดความรู้ ตระหนัก และเห็นคุณค่าของสัตว์ป่าและป่าไม้ จนเกิดความรักและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรร่วมกันต่อไปในอนาคต
ด้านสังคม
TRUE
Kare Applicationเด็กและบุคคลออทิสติก มีความต้องการเครื่องมือที่จะช่วยเหลือให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวัน การใช้เครื่องมือทาง IT เช่นแอพพลิเคชั่นบนแท็บเล็ต เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่มีราคาแพง โครงการฯจึงมุ่งเน้นพัฒนาแอพพลิเคชั่นเสริมสร้างการเรียนรู้และเข้าสู่สังคมสำหรับบุคคลออทิสติก มีการศึกษาวิจัย ร่วมกับมูลนิธิออทิสติกแห่งประเทศไทย กลุ่มสมาคมผู้ปกครองออทิสติกกว่า 90 ครอบครัว และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับการพัฒนาจะต้องมีความพยายามในการปรับการใช้งาน ให้เข้ากับการรับรู้ที่มีลักษณะเฉพาะของบุคคลออทิสติก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฟังชั่นก์การทำงาน การออกแบบกราฟฟิก การออกแบบเสียงต่างๆ ที่ใช้บนแอพ ต้องมีการนำไปทดสอบ และปรับแต่งจนกระทั่งแอพพลิเคชั่นสามารถรองรับการใช้งานผู้ใช้ตามแผน
ผลจากดำเนินโครงการ แอพพลิเคชั่นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเด็กพิเศษ กว่า 90 ครอบครัว ผู้ปกครองสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิผลโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังเป็นช่องทางการเชื่อมโยงการเก็บข้อมูล ประมวลผลพัฒนาการของบุคคลออทิสติก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชื่อมโยงสู่ผู้เชี่ยวชาญ และมีการขยายผลสู่การใช้งานไปยังกลุ่มผู้ปกครองในเครือข่ายมูลนิธิออทิสติกทั่วประเทศ ทำให้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรับการบำบัดรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง
ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
TRUE
ปลูก...เพื่อให้ We Grow Togetherการตัดไม้ทำลายป่านับเป็นปัญหาของโลกในปัจจุบัน จนส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรณรงค์ด้านการสร้างพื้นที่สีเขียวภายในพื้นที่ส่วนตัว และภายในชุมชนแบบครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่การปลูก การศึกษาความรู้ วิธีการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ การเชื่อมโยงเครือข่ายสังคมผู้ปลูกต้นไม้เข้าด้วยกัน เพื่อดูแลรักษาต้นไม้อย่างต่อเนื่อง และลดปัญหาโลกร้อน
โดยสร้างแอพพลิเคชั่นสนับสนุนให้ผู้มีความรักสิ่งแวดล้อมรู้จักปลูกต้นไม้ และรู้จักการดูแลรักษาต้นไม้ ตลอดจนการร่วมแบ่งปันข้อมูลเพื่อสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ระหว่างผู้ใช้ มีการโพสต์ข้อมูลต้นไม้ที่ปลูก พิกัดสถานที่ปลูก และสถานะเติบโตของต้นไม้ ผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ เพื่อติดตามการเติบโต และนับยอดรวมสถิติ
ผลการดำเนินการสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นในชุมชน ในปัจจุบันกว่า 4.3ล้านต้น ทำให้ประชาชนมีความสุข สุภาพดีขึ้นจากสิ่งแวดล้อม และปริมาณคาร์บอนที่ลดลง ขยายขอบเขตความรู้ข้อมูลด้านการอนุรักษ์ และปลูกต้นไม้ โดยมีข้อมูลที่เติบโตขึ้นตลอดเวลาผ่านการมีส่วนร่วมของคนในเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั่วโลก
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
TRUE
การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่สถานบริการสาธารณสุขชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ส่วนใหญ่ขาดแคลนแพทย์และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาล สารภี ถือเป็นอำเภอใหญ่ในเชียงใหม่ ที่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษากว่า 86,000 คน แต่กลับมีแพทย์เพียง 7 คน
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Saraphi Healthเพื่อจัดเก็บข้อมูลสุขภาวะของชุมชนใน 12 ตำบลของอำเภอสารภี จึงขอการสนับสนุน SIM และ airtime จาก True เพื่อนำไปให้จิตอาสาในชุมชนใช้ในการเก็บข้อมูลเพื่อส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ของโรงพยาบาลสารภี ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและทันต่ออาการของโรค
ปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ได้นำรูปแบบโครงการไปขยายผลภายใต้ชื่อ เชียงใหม่โมเดล นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก ได้ยกย่องให้เป็นโครงการที่สามารถบูรณาการเทคโนโลยีกับพลังชุมชน ในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง
ด้านสังคม
TRUE
3G เพื่อโรงเรียนและชุมชนทุกวันนี้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล มีปัญหาไม่สามารถเข้าถึงการสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งถือเป็นแหล่งสาระความรู้ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้คุณภาพการศึกษาของประเทศล้าหลัง รวมถึงการให้บริการสาธารณสุขชุมชนในพื้นที่ห่างไกลก็ไม่มีประสิทธิภาพ แล้วคำตอบของปัญหาคืออะไร?
ทางทีมงานทรูปลูกปัญญาและทีมวิศวกรดูแลด้านโครงข่าย ได้ลงพื้นที่สำรวจพิกัดที่ตั้งและคัดเลือกโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตแล้วจึงติดตั้งสัญญาน Internet ให้กับโรงเรียนและโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้และการรักษาผู้ป่วย โดยให้คำปรึกษาการรักษาผ่านโปรแกรมภาพและเสียงแบบ real-time เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ ผ่านแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
ปัจจุบันนี้ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการยังคงใช้แอร์การ์ดในการเข้าถึงแหล่งสาระความรู้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่เข้าร่วมมากถึง 143 แห่ง ครอบคลุม 21 จังหวัด และโรงพยาบาลแต่ละแห่งรองรับการให้บริการประชาชนได้กว่า 50,000 คนขึ้นไป
ด้านสังคม
TRUE
โรงเรียนต้นแบบทรูปลูกปัญญา เพื่อพัฒนาการศึกษาของชุมชนที่ยั่งยืนเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญต่อการเรียนรู้ของเยาวชนมากในปัจจุบันเพราะสามารถเปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไร้พรหมแดน หากขาดโอกาสในการเข้าถึงสื่อเทคโนโลยีและสาระความรู้ อาจส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพการศึกษา
จุดแข็งของทรู คือสัญญานการสื่อสารคุณภาพสูง และด้วยหัวใจที่อยากให้ผู้ได้รับสิ่งที่เราทำ จึงได้ค้นหาโรงเรียนที่มีความต้องการรวมถึงครูผู้สอนที่ยินดีที่จะสร้างประโยชน์ร่วมกับเราเพื่อให้อนาคตของชาติไทยได้ทัดเทียมกับประเทศต่างๆ จนเกิดเป็นโรงเรียนต้นแบบภายใต้ชื่อโครงการ โรงเรียนทรูปลูกปัญญาเพื่อพัฒนาการศึกษาของชุมชนที่ยั่งยืน
จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการสร้างประโยชน์ให้กับอนาคตของชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ2551 โรงเรียนต้นแบบ ทรูปลูกปัญญากว่า 58 โรงเรียน และ 2221 โรงเรียนเครือข่าย วันนี้โรงเรียนที่เราเข้าไปพัฒนา ได้รับรางวัล โรงเรียนต้นแบบทรูปลูกปัญญาระดับดีเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดระดับชาติที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
ด้านสังคม
TRUE
สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี ๕ปัจจุบันสังคมไทยมีความเจริญก้าวหน้า ทำให้ค่านิยม ทัศนคติ ความเชื่อ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัญหาสังคมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และค่อยๆ สะสมกัดกินสังคมไทยจนลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลเสียต่อส่วนรวมและประเทศชาติ ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงเป็นอย่างมาก
จากปัญหาดังกล่าว บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและสังคมไทย จึงจัดให้มีการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและปลูกสำนึกที่ดี พร้อมที่จะเติบโตเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคม โดยถ่ายทอดสดห้องเรียนธรรมะ ในรูปแบบเรียลลิตี้เป็นเวลา 1 เดือน ให้ผู้ชมทางบ้านได้เรียนรู้ด้านธรรมะควบคู่ไปกับเยาวชน เน้นเรื่องการพัฒนาเยาวชนตามหลักไตรสิกขา ภายใต้ชื่อ “โครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม”
เยาวชนได้เรียนรู้และน้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเอง และเผยแผ่แนวคิดตามหลักพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้กับชุมชนและสังคม มีพุทธศาสนิกชน ผู้ชมทั่วโลกที่อนุโมทนาบุญและร่วมเรียนรู้หลักธรรมไปพร้อมๆกับเหล่าสามเณร จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 4,000 คนทั่วประเทศ หลักสูตรพัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมสู่นักเรียนจากกว่า 6,000 โรงเรียน ในโครงการ ทรูปลูกปัญญา เป็นต้นแบบในการพัฒนาเยาชน ชุมชนและสังคม ด้วยคุณภาพเนื้อหารายการจึงได้รับรางวัลช่อสะอาด, รางวัลทูตพระพุทธศาสนา รางวัลชนะเลิศ Gold Dolphin และในเวทีระดับโลก Cannes Corporate Media & TV Awards 2016
ด้านสังคม
CPALL
การศึกษาสร้างเยาวชน พัฒนาคนสู่ความยั่งยืนการศึกษาไทยได้รับผลกระทบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นระบบ กำลังคน หรือโอกาสที่เด็กจะได้รับบมจ.ซีพี ออลล์ ได้เล็งเห็นความสาคัญของการพัฒนาเยาวชนด้านการศึกษา จึงได้ร่วมมือกับสถานศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยกันจัดการรูปแบบการศึกษา โดยเป็นการเรียนแบบ Action Learning หรือเรียนรู้จริงจากการทำงานจริง ตั้งแต่ปี พ.ศ2530 เป็นต้นมา
โดยให้หน่วยงาน CP ALL เป็นแหล่งฝึกอาชีพ เพื่อผลิตผู้เรียนที่มีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพธุรกิจค้าปลีกโดยตรง และสนับสนุนทุนการศึกษา ในระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี และปริญญาโท
ผลที่ได้จากโครงการคือเด็กที่จบหลักสูตรมีงานทำ 100%เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะเด็กมีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่เรียนหนังสือ จึงถือว่าเป็นรูปแบบการศึกษาที่ประสบความสำเร็จมากในปัจจุบัน
ด้านสังคม
CPALL
จัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟให้กับชุมชนเหตุเพลิงไหม้มักสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งชีวิตที่มีค่าและทรัพย์สินอย่างมากมายแก่ผู้ประสบภัย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะเอกชนที่มีทีมงานมืออาชีพที่มีความรู้ และประสบการณ์ในด้านป้องกันอัคคีภัย และผจญเพลิงเป็นอย่างดี ได้เห็นความสำคัญในความปลอดภัยด้านอัคคีภัย จึงได้ริเริ่มโครงการนี้โดยดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชน หน่วยงานราชการ ,สถานศึกษา จัดทำแผนป้องกันระงับอัคคีภัย ฝึกซ้อมดับเพลิง อพยพหนีไฟ และให้ความรู้เรื่องอัคคีภัย เพื่อเกิดความรู้ ทักษะและแนวทางปฎิบัติเมื่อประสบเหตุ
การดำเนินการนี้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน หน่วยงานราชการ และสถานศึกษาต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑลเป็นอย่างมากโดยได้สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดับเพลิงขั้นต้น ,ทราบขั้นตอนปฏิบัติตนตามแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จากเหตุเพลิงไหม้ในชุมชน โดยได้ดำเนินโครงการมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 – 2559 ทั้งสิ้นจานวน 66 รุ่น
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPG
สนับสนุนการศึกษาศิษย์เก่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ได้ดำเนินการสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนในพระราชานุเคราะห์ ฯ โดยร่วมกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาบรมราชกุมารี และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างพลเมืองดีชายแดน โดยการสร้างโอกาสและสนับสนุนทุนการศึกษาพร้อมกับอบรมบ่มนิสัย ผ่านกระบวนการฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพ ระหว่างการพักค้างที่ศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนตั้งแต่ ม.1-ม.6 นอกจากนั้นให้โอกาสนักเรียนตชด.ที่จบป.6แล้วมาศึกษาต่อที่โรงเรียนวังไกลกังวล หัวหินตั้งแต่ ม.1- ม.3 ทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ ตามความพร้อมและความสนใจหรือต่อระดับปริญญาตรี ตามศักยภาพของเด็ก
เมื่อนักเรียนทุนเรียนจบการศึกษา ได้มีความผูกพันธ์เกิดสำนึกรักในแผ่นดินถิ่นเกิด กลับไปประกอบอาชีพในถิ่นเกิดของตนเอง กลับไปดูแลช่วยเหลือชุมชนถิ่นที่อยู่อาศัย , กลับไปเป็นครู ตชด (หรือ คุรุทายาท) เป็นพลเมืองดีชายแดน นำความรู้ที่ได้รับกลับไปสร้างตนเองและครอบครัว ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนชายแดน ก่อเกิดให้สังคมไทยที่ดีเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPF
สร้างบ้านปลาบ้านหอย สู่ชุมชนยั่งยืนทุกวันนี้ต้นทุนการทำประมงดีดตัวสูงขึ้นบวกกับแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำก็ลดลงทำให้ชาวประมงได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากทางทีมงานจึงได้ลงพื้นที่สำรวจโดยพบว่า พื้นที่อ่าวบางสน มีเชื้อลูกหอยแมลงภู่อยู่ รวมถึงหอยแมลงภู่ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันมีตลาดรองรับ
ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมกุ้ง จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยการสร้างบ้านปลาบ้านหอย โดยการแขวนไส้กรอง ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วของบริษัท ทำเป็นแนวดิ่งใช้เชือกเส้นใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ½ นิ้ว ยาวประมาณ 100 เมตร มีทุ่นผูกเป็นระยะ 2-4 เมตร เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการเกาะติดของลูกหอยนำไปวางในน้ำลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ประมาณ 6-7 เดือน จึงเริ่มเก็บผลผลิตได้
ผลผลิตที่ได้รับจากหอยแมลงภู่สด จะได้เนื้อหอยที่ต้มแล้วน้ำหนัก 1 กิโลกรัมราคารับซื้ออยู่ที่ 100 บาท/กก. หากสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 100% /1 เส้น จะมีรายได้เฉลี่ยต่อคน 20,000 บาท
ด้านสังคม
CPG
100 โรงเรียน 1000 คน เยาวชนจิตอาสา CPR กู้ชีพประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตเพราะภาวะหมดสติ ไม่หายใจ และหัวใจหยุดเต้นสูง เนื่องจากผู้พบเหตุส่วนใหญ่ ไม่มีความรู้อย่างถูกต้องในการให้ความช่วยเหลือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เห็นถึงปัญหานี้ จึงได้ร่วมกับมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และสมาคมแพทย์หัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีจิตอาสา มีความรู้และทักษะในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) เพื่อเป็นการสร้างเสริมมาตรฐานความปลอดภัยในการดำรงชีวิตให้สูงขึ้นมุ่งหวังสร้างกลุ่มเยาวชนให้มีทักษะพื้นฐานในการช่วยชีวิตคนด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม
โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนประจำอำเภอของ 17 จังหวัด จะมีความรู้และทักษะที่ถูกต้อง และพร้อมให้การช่วยเหลือแก่ผู้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันเวลาในหลักสูตรการปฐมพยาบาลและการช่วยผายปอดและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เป็นการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการดำรงชีวิตของประชาชน
จากการดำเนินการที่ผ่านมามีสถานศึกษาเข้าอบรม 17 แห่ง นักเรียนผ่านการอบรม 3,333 คน เยาวชนมีจิตอาสา มีความรู้ มีทักษะ มีความมั่นใจ ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หมดสติ ไม่หายใจ หัวใจหยุดเต้น ทำให้สามารถช่วยชีวิตให้รอดพ้นจากความตายได้ ชุมชนมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น
ด้านสังคม
CPG
เครือเจริญโภคภัณฑ์ ทำดี ด้วยการบริจาคโลหิตโลหิตเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ แต่ประเทศไทยยังไม่สามารถจัดหาโลหิตบริจาคให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับการให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีความต้องการรับโลหิตในช่วงเวลาที่ประสบปัญหาขาดแคลนโลหิต จึงส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอโลหิตทำให้อาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้จัดตั้งโครงการบริจาคโลหิตขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 เพื่อส่งเสริมบุคลากรทำดีด้วยการบริจาคโลหิตช่วยชีวิตผู้ป่วย ส่งเสริมให้ประเทศไทยมีโลหิตให้เพียงพอกับความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง
โดยจัดทำเป็นโครงการบริจาคโลหิตที่มีหลักการและ แนวทางปฏิบัติชัดเจน ให้บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์รับทราบ และประสานงานกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หรือเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อนัดหมายการจัดบริจาคโลหิต โดยประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริจาคโลหิต ทั้งในหน่วยงานภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และหน่วยงานภายนอกที่อยู่ใกล้เคียง ในขณะเดียวกันทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั่วประเทศไทย ยังคงจัดงานบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือนอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2559 เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถจัดหาโลหิตได้ถึง 20,000 ยูนิต หรือจำนวน 8,000,000 ซี.ซี.
ด้านสังคม
CPG
เครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนเยาวชนไทยให้บริจาคโลหิตโลหิตเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ แต่ประเทศไทยมักพบปัญหาโลหิตบริจาคไม่มีปริมาณเพียงพอสำหรับการให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีความต้องการรับโลหิตตลอดเวลา ดังนั้นในช่วงเวลาที่ประสบปัญหาขาดแคลนโลหิตจึงส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอโลหิตทำให้อาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดส่งเสริมให้เยาวชน “เป็นคนดี คนกล้า คนเก่ง” และส่งเสริมให้เยาวชน “เป็นผู้ให้-เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้บริจาคโลหิต” พร้อมทั้งสร้างให้เยาวชนเป็นแกนนำทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์จัดหาโลหิตบริจาค
โดยมีพื้นที่เป้าหมายคือโรงเรียนกรุงเทพมหานคร,เชียงใหม่,เชียงราย,พิษณุโลก,เลย,ชัยภูมิ,ขอนแก่น,สุราษฎร์ธานี,ชุมพร,ปัตตานี,นครราชสีมา นำนักเรียนเข้ารับการอบรม และทำการบริจาคโลหิตในสถานศึกษา เยาวชนที่ผ่านการอบรมจะเป็นแกนนำในการณรงค์บริจาคโลหิตในสถานศึกษา และเป็นผู้บริจาคโลหิตด้วย
จากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2545 มีจำนวนสถานศึกษา 236 แห่ง, ครูและนักเรียน 2,572คน ที่เข้ารับการอบรม และบริจาคโลหิตในสถานศึกษา ส่งผลให้เยาวชนมีจิตอาสา มีความเมตตาเป็นผู้บริจาคโลหิตและรณรงค์จัดหาโลหิตบริจาค ทำให้มีปริมาณโลหิตเพิ่มขึ้นสำหรับผู้เจ็บป่วยที่ต้องรับโลหิตในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านสังคม
CPG
พัฒนาโรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศปัญหาเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่เครือฯให้ความสำคัญมาโดยตลอด ดังเช่นโครงการพัฒนาโรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศ ที่ความเดือดร้อนของชุมชนคือตั้งอยู่ในที่ห่างไกล สภาพพื้นที่ธุรกันดาร ทำให้ไม่สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนได้ ทั้งโรงเรียนไม่มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน ขาดการพัฒนาด้านการศึกษา ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้ชุมชนเกิดความล้าหลัง
ท่านประธานจรัญ เจียรวนนท์ จึงได้ดำริและอนุมัติให้มีการจัดสร้างโรงเรียนเจียรวนนท์อุทิศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 รวมถึงได้กำกับดูแลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ในเวลาต่อมาก็ได้รับการสนับสนุนจากท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ในการให้งบประมาณ และบริษัทต่างๆในเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ ให้ความร่วมมือในการจัดสร้างโรงเลี้ยงไก่ไข่ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ระบบทรูปลูกปัญญา ร่วมมือจัดสรรทุนการศึกษาให้นักเรียน เข้าเรียนต่อในระดับ ปวช. ในวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และระดับปริญญาตรีในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือของชุมชนคือ การบริจาคที่ดินสำหรับก่อสร้างโรงเรียน การเข้าร่วมเป็นกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน ตลอดเวลา 40 ปีที่ได้ก่อตั้งโรงเรียนฯ จนถึงปัจจุบันรวม 8 แห่งใน 6 จังหวัด คือ นครราชสีมา, เลย, สกลนคร, เชียงใหม่, นราธิวาส และตราด
ผลการดำเนินงานทำให้ชุมชนมีโรงเรียนที่ดี มีคุณภาพ สามารถพัฒนาเยาวชนของชุมชนให้มีระดับการศึกษาที่ดีขึ้น มีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถพัฒนาชุมชนของตัวเอง โรงเรียนที่พัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางของชุมชน ที่มีความสำคัญที่จะเป็นแหล่งการเรียนรู้ เป็นศูนย์ที่ก่อให้เกิดการประสานงานในด้านต่างๆ ของชุมชน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดชุมชนที่มีความเข้มแข็งและยกระดับไปเป็นชุมชนที่มีความยั่งยืน
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
CPG
ครอบครัวอุปการะจากปัญหาสังคมที่เด็กเกิดมาขาดคนอบรมดูแลให้ความรัก ความอบอุ่น ทำให้เกิดเป็นปัญหาสังคมอย่างกว้างขวาง ท่านประธานธินนท์ เจียรวนนท์ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้ดำริให้จัดทำโครงการครอบครัวอุปการะขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 เพื่อสร้างสรรค์และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสได้อยู่กับครอบครัวและชุมชน ให้ได้รับความรัก ความอบอุ่น ได้เรียนรู้ และมีพัฒนาการในทุกด้านที่สมวัย
โดยทีมงานมูลนิธิฯ ทำหน้าที่ตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป จากสถานสงเคราะห์ในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมราชทัณฑ์ รวมถึงสถานสงเคราะห์เอกชน ไปอยู่กับครอบครัวอุปการะ โดยพิจารณาคัดเลือกครอบครัวที่มีความเหมาะสมกับเด็กแต่ละราย เป็นผู้เลี้ยงเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ในสภาพแวดล้อมชุมชนที่เอื้อต่อการมีวิถีชีวิตที่ดี พร้อมทั้งได้รับการศึกษาต่อเนื่อง ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงอุดมศึกษา หรือการศึกษาสายอาชีพที่เด็กมีความถนัด เพื่อไปประกอบอาชีพสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ
ผลจากการทำโครงการนี้ มาเป็นเวลา 15 ปี มีเด็กในโครงการกว่า 290 คน ทำให้เด็กเปลี่ยนสถานะจากเด็กในความอุปการะเป็นบุตรบุญธรรม ตัวเด็กรับรู้ ชุมชนรับรู้ ไม่มีปัญหาทางด้านความคิด เด็กโตที่สำเร็จการศึกษาแล้วไปประกอบอาชีพ มีความผูกพันกับครอบครัวอุปการะ มีความกตัญญูรู้คุณส่งเงินมาให้พ่อแม่อุปการะ นอกจากนั้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กอย่างต่อเนื่องยั่งยืนและได้ผล สำหรับเด็กที่ตัดสินใจขอกลับไปอยู่ครอบครัวเดิมเมื่อโตขึ้นแล้ว ทางทีมงานก็ยังมีการติดตามเด็กหลังการกลับคืนครอบครัวเดิมไปแล้ว ทำให้สามารถแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดกับเด็กได้ทันต่อเหตุการณ์
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม,ด้านสิ่งแวดล้อม
CPG
เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท เป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งขั้นโดยพนักงานในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้สนับสนุน ทางมูลนิธิฯได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีดำริว่า “เยาวชนเหล่านี้ควรจะได้บริโภคอาหารอย่าง ถูกหลักโภชนาการ โดยจัดให้โรงเรียนมีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนมีรายได้ และนำมาเป็นค่าอาหารกลางวันนักเรียนตลอดไป ” เครือฯ จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ไปดำเนินการภายใต้โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทุพโภชนการของนักเรียน ช่วยให้โรงเรียน/ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือกองทุนเริ่มต้นให้โรงเรียน รวมมูลค่าแห่งละ 250,000 - 600,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายลงทุนโรงเรือนไก่ไข่พร้อมระบบสุขาภิบาล และอุปกรณ์การเลี้ยงแห่งละ 120,000 - 300,000 บาท และค่าใช้จ่ายหมุนเวียน ได้แก่ พันธุ์ไก่รุ่นไข่ 100 – 300 ตัว อาหารไก่ไข่ พร้อมยา และวัคซีน แห่งละ 50,000 - 120,000 บาท รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีวิธีการเลี้ยง และการจัดการเล้า ทำให้ครู และนักเรียนสามารถเลี้ยงไก่ไข่ และบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองตามหลักวิชาการ ทั้งการให้อาหารและน้ำ การเก็บไข่ การให้วัคซีน การทำความสะอาดโรงเรือน บำรุงรักษาอุปกรณ์ทำให้โรงเรียนมีรายได้จากการเลี้ยงไก่ไข่รุ่นที่ 1 นำมาเป็นทุนในการเลี้ยงรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
เมื่อดำเนินการรุ่นแรกแล้วจะสามารถนำผลผลิต คือไข่ไก่จำหน่ายผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียนไปยังโรงอาหารของโรงเรียน เพื่อประกอบอาหาร และจำหน่ายแก่ผู้ปกครองเป็นรายได้สะสม นำมาเป็นกองทุนหมุนเวียนมาดำเนินการในรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ด้านสังคม
CPALL
พุทธปัญญาชมรมจากการริเริ่มของคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 (ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 21) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีเครื่องยึดเหนี่ยวด้านจิตใจ พัฒนาจิตใจและสติปัญญา ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสาร ประสานงานกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้กับบุคลากร
โดยเปิดโอกาสให้พนักงาน และชุมชนใกล้เคียงได้มีการฟังธรรมะ ฝึกสมาธิจากพระวิทยากรที่มีชื่อเสียง นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้พนักงานฯได้เข้าศึกษาเล่าเรียน วิชา พุทธประวัติ มีการให้รางวัลสร้างแรงจูงใจในการสอบ ให้ได้ธรรมศึกษาชั้นตรี โทและเอก
นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดรายการผ่านสถานีโทรทัศน์ TNN ทุกสัปดาห์ เพื่อเป็นธรรมทานแก่บุคคลทั่วไป เพื่อช่วยจรรโลงศาสนาพุทธ และสร้างคุณธรรมในใจให้บุคคลทั่วไปอีกด้วย
ด้านเศรษฐกิจ,ด้านสังคม
MAKRO
แม็คโครมิตรแท้โชห่วยโครงการมิตรแท้โชห่วย เกิดขึ้นในปี 2550 เพื่อลดปัญหาผู้ประกอบการ ร้านค้าปลีกท้องถิ่นในชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่เป็นุ่จำนวนมาก และถือเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจของสังคมไทย ที่ต้องปิดกิจการลงเป็นจำนวนมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถ ปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเน้นการให้ความรู้การบริหารร้านค้าปลีก ทั้งภาคทฤษฏี ภาคปฏิบัติ รวมทั้งการแบ่งปันความสำเร็จ (Sharing Best Practice) ในหมู่สมาชิก พร้อมเครื่องมือต่างๆ ในการสนับสนุนทางการค้ากิจกรรมให้ความรู้ ดำเนินการผ่านการอบรม ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตอบโจทย์อย่างโดดเด่นคือ เครื่องมือการจัดการร้านค้าปลีกในระบบสามมิติ (3D Layout Program) ที่รวบรวมต้นแบบความสำเร็จของผู้ประกอบการโชห่วยในโครงการมาไว้ในโปรแกรมเดียว เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการโชห่วยได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะด้านการออกแบบผังร้าน การเลือกสินค้าตามทำเลที่ตั้งร้าน การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ
สมาชิกจำนวนมากที่ได้นำความรู้ไปปรับปรุงและพัฒนาร้านค้าของตนเอง จนสามารถเพิ่มขอดขาย จากหลักพันเป็นหลักหมื่นต่อวัน และยังเป็นตัวอย่างขยายต่อไป ให้กับเจ้าของร้านค้าปลีกท่านอื่น ให้มีกำลังใจและพลังในการพัฒนาตนเองให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน
โครงการที่ได้รับการคัดเลือก ครั้งที่ 2 : รวมทั้งหมด 28 โครงการ
สร้างงานสร้างอาชีพ
CPALL
สร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืนด้วย “กล้วยหอมทอง” ด้วยบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมไปถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ที่เน้นการรับประทานอาหารที่สะดวก และดีต่อสุขภาพ บริษัทจึงริเริ่มทำการศึกษาในเรื่องการจัดการผลผลิตของกล้วยหอมทอง จากการเก็บเกี่ยวจนถึงการคัดบรรจุ และในปี 2555 สามารถส่งกล้วยหอมทองสู่ผู้บริโภคผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดยเป็นการทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน ทั้งสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยแต่เดิมการจำหน่ายกล้วยหอมทองมีเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนมากอยู่ในบริเวณ จ.ปทุมธานี และ เพชรบุรีเป็นหลัก ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดไกลๆนั้น ยังไม่มีการจำหน่ายกล้วยหอมทองผลเดี่ยว และยังมีการปลูกกล้วยกันน้อยมาก จึงมีความคิดริเริ่มโครงการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอมทางยังต่างจังหวัดมากขึ้นเพื่อให้มีสินค้าจำหน่ายในพื้นที่นั้นๆ และช่วยแก้ไขปัญหาสังคม เพื่อเป็นการรับซื้อกล้วยหอมทองจากสหกรณ์และเกษตรกรรายย่อยและช่วยแก้ไขปัญหาสังคม เช่น
- เกษตรกรจังหวัดเพชรบุรีทำสวนมะนาวมาก่อน แต่ต้องมาใส่ปุ๋ยฉีดยาเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมะนาวปลูกในพื้นที่ซ้ำๆนานหลายปี มีโรคสะสม เปลือกจะหนาแข็งเป็นไตมีน้ำน้อย หลังเปลี่ยนสวนมะนาวมาปลูกกล้วยหอมทอง แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะกล้วยไม่ต้องใช้สารเคมี
- อุบัติการณ์ราคาผลผลิตตกต่ำ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ปาล์ม ข้าว ยาสูบ กระเทียม เป็นต้น เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเพื่อปรับตัวและเปลี่ยนมาปลูกกล้วยหอมทองซึ่งมีแนวโน้มการตลาดที่ดี มีอนาคตไกล

ผลการดำเนินงาน
- สร้างงานและอาชีพให้กับชุมชน สามารถเพิ่มเกษตรกรรายย่อยหลังเข้าร่วมโครงการเป็น 1,890 ราย และมีพื้นที่เพาะปลูก 14,510 ไร่
- เกษตรกรมีการจัดการสารเคมีที่เหมาะสมและปลอดภัย หลังเข้าร่วมโครงการสามารถลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช และปุ๋ยเคมีได้ลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการ สามารถลดต้นทุนให้กับเกษตรกร 600 บาทต่อไร่ ลดปริมาณซากขยะอันตราย และเกษตรกรมีสุขภาพดีขึ้นจากการลดใช้สารเคมี รวมถึงการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพ และชีวภัณฑ์
- เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย สามารถขยายโรงคัดบรรจุจาก 3 เป็น 17 โรงงาน เพื่อให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และสามารถส่งกล้วยหอมทองได้ครอบคลุมร้าน 7-ELEVEN กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ
สร้างงานสร้างอาชีพ
TRUE
สนับสนุนอาชีพผู้พิการด้านการเกษตรด้วยสังคมคนไทยส่วนใหญ่ เชื่อว่า คนพิการไม่สามารถทำอะไรได้ และเป็นภาระของสังคม ทางเครือฯจึงเล็งเห็น และให้ความสำคัญที่จะเข้าช่วยเหลือโดยเน้นให้เกิดประโยชน์แก่ผู้พิการอย่างยั่งยืน จึงได้ริเริ่มโครงการการส่งเสริมอาชีพผู้พิการทางการเกษตร โดยให้ความช่วยเหลือด้านทักษะวิชาชีพ พัฒนาให้ผู้พิการมีศักยภาพ และพึ่งพาตัวเองได้ด้วยการสร้างงาน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ผู้พิการ เพื่อให้ผู้พิการสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนของเครือฯไปตลอด

ผลการดำเนินโครงการ พบว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 17 ครอบครัว โดย 16 ครอบครัว สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากทักษะการปลูกเห็ด เป็นเงินเฉลี่ย 3,000 บาท ต่อเดือน เมื่อจบโครงการ แต่มีอยู่ครอบครวหนึ่ง คือ ครอบครัว โกสุม ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก กล่าวคือ สามารถเพิ่มรายได้ครัวเรือน จาก 15,000 บาท ต่อเดือน ไปเป็น 75,000 บาท ต่อเดือน เมื่อจบโครงการ โดยต่อยอดทดลองพัฒนาก้อนเชื้อเห็ดที่ได้รับการสอนมา ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และก้อนเชื้อสูตรใหม่ที่คิดค้นขึ้นสามารถใช้ได้ยาวนานกว่าก้อนเชื้อปกติ 50 - 100 % คือ 6 - 8 เดือน ในขณะที่ก้อนเชื้อเห็ดทั่วไปจะออกดอกเห็ดได้ 4 เดือน โดยในปัจจุบันครอบครัวโกสุมได้ใช้ผลกำไรที่สะสมมาลงทุนเพิ่มเติมจากก้อนเชื้อเห็ดที่ได้รับในโครงการ 1,000 ก้อน ต่อยอดไปเป็น 10,000 ก้อน และมีแผนที่จะทำการแปรรูปเห็ดในอนาคต เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภาวะเห็ดล้นตลาดซึ่งจะทำให้กระทบต่อรายได้ต่อเดือนของครอบครัว
การศึกษา
MAKRO
U-project (เสริมสร้างคู่คิด พัฒนาธุรกิจคุณ)การเติบโตของร้านไฮเปอร์มาร์ท และร้านสะดวกซื้อที่ขยายตัวได้ช่วงชิงพื้นที่ และมีความสามารถในการแข่งขันสูง สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อร้านค้าปลีกหรือร้านโชห่วย ซึ่งถือเป็นช่องทางการค้าขายแบบดั้งเดิมที่ช่วยกระจายสินค้าท้องถิ่น ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจชุมชน และเป็นรากฐานของเศรษฐศาสตร์มหภาค การที่ร้านโชห่วยมีความอ่อนแอ และขาดความสามารถในการแข่งขัน ปรับตัว ย่อมส่งผลกระทบทั้งต่อความมั่นคงเศรษฐกิจระดับจุลภาค และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อชุมชนและสังคม รวมถึงความหลากหลายของรูปแบบร้านที่ลดลง แม็คโครได้ตระหนัก และขอมีส่วนร่วมในการแก้ไขถึงประเด็นปัญหาดังกล่าว โดยเชื่อว่ายังมีร้านโชห่วยที่มีศักยภาพในการปรับตัว พร้อมก้าวเดิน แข่งขันในธรุกิจการค้าของโลกสมัยใหม่ ชูจุดแข็ง เสริมศักยภาพ และลบจุดอ่อน โดยแม็คโครขอหยิบยื่นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้ อาทิ ด้านการค้าปลีก การจัดเรียงสินค้า การปรับปรุงร้าน การทำรายการส่งเสริมการขาย เป็นต้น นำไปสู่การปฎิบัติจริง ส่งผลสร้างยอดขายให้เพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งการเสริมสร้างนักศึกษา คนรุ่นใหม่ผ่านการให้ความรู้และการศึกษาผ่านการลงมือปฎิบัติจริง เตรียมความพร้อมก่อนการเข้าสู่โลกธุรกิจ

ผลของการดำเนินโครงการพบว่า
• นักศึกษาเข้าถึงแหล่งความรู้และมีโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริงรวม 33,637 ราย
• พนักงานแม็คโครได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนรุ่นใหม่ ได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย และได้องค์ความรู้เกี่ยวกับธรุกิจค้าปลีกที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย ซึ่งมีความจำเพาะกับพื้นที่สูง
• ร้านค้าปลีกได้รับแผนการพัฒนาธุรกิจ และสามารถปรับใช้ได้จริง
• เป็นการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นสู่รุ่น ปลูกผังแนวคิดการลงมือปฎิบัติจริงให้เกิดขึ้นกับคนรุ่นใหม่ และมุ่งหวังให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่
• มูลค่าการทางเศรษฐกิจชุมชนที่เพิ่มขึ้นจากยอดขายที่สูงขึ้นกว่า 343 ล้านบาทต่อปี (ข้อมูลปี 2017-2018 ประเมินจากค่าเฉลี่ยยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น 33%)
สุขภาพอนามัย
MAKRO
ส้มปลอดภัยคนไทยยิ้มได้เนื่องจากมีปัญหาจากพื้นที่ปลูกส้มในเมืองไทยเริ่มมีพื้นที่ลดลง และเริ่มหายไปจากเมืองไทย เหตุจากเกษตรกรประสบปัญหาภาระหนี้สิน ขาดทุนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ราคาไม่เป็นธรรม อีกทั้งสินค้าส้มประสบปัญหาพบความไม่ปลอดภัยเป็นอันดับ 1
รวมถึงสุขภาพคนไทยจากการรับประทานอาหารไม่ปลอดภัยมากขึ้น และสินค้าส้มต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงทำให้บริษัทคิดโครงการส้มปลอดภัยคนไทยยิ้มได้ขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ให้ได้รับสินค้าที่ปลอดภัย คนไทยสุขภาพดี สร้างชุมชนต้นแบบ "ฝางโมเดล" สร้างงานสร้างอาชีพเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน ลดการปฏิเสธสินค้า และ เพิ่มโอกาสทางการค้าทั้งเกษตรกรและบริษัทฯ ลดขั้นตอน /เวลาในการตรวจวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบสินค้าด้วยระบบสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยมีเป้าหมาของโครงการดังนี้
สินค้าที่เข้ามาจำหน่ายตรวจพบสารเคมีอยู่ในระดับปลอดภัย 100 %และตรวจสอบด้วยหน่วยรับรองห้องปฎิบัติการ ISO17025
 เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีขึ้นมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้สารเคมีและอันตรายเพิ่มขึ้น
 สินค้าสามารถสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาโดยใช้ระบบQR Code Makro-I trace ได้ 100 %
 สร้างเครือข่ายความเข้มแข็งของเกษตรกร ฝาง โมเดล ส้มปลอดภัย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล GAP / Global Gap )
 สร้างรายได้ให้กับชุมชน เกษตรกร ร่วมถึงรายได้กับบริษัท
สุขภาพอนามัย
C.P. Vietnam Corporation
บริจาคโลหิตและให้ความรู้โรคธาลัสซีเมียในประเทศเวียดนามประเทศเวียดนามประสบปัญหาด้านการขาดแคลนโลหิตอย่างรุนแรงมาโดยตลอด เนื่องจากประชาชนยังขาดความรู้และความเข้าใจในการบริจาคโลหิต และเป็นการขายโลหิตมากกว่าการบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม จึงทำให้สัดส่วนของจิตอาสาที่บริจาคโลหิตยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการใช้โลหิต สำหรับผู้ป่วยและอุบัติเหตุรุนแรง ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงปัญหาผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย ที่เป็นภัยเงียบ โดยประมาณ 10% ของประชากรในเวียดนาม ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้ ปัจจุบันมีผู้ป่วยมากกว่า 10,000 คน

โครงการนี้จึงเกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์และสร้างการมีส่วนร่วมในการบริจาคโลหิต เพื่อลดปัญหาด้านการขาดแคลนโลหิตในประเทศเวียดนาม สร้างจิตสำนึกการช่วยเหลือผู้อื่น ด้วยจิตอาสาโดยสมัครใจทั้งพนักงาน ประชาชนทั่วไป และกลุ่มของเยาวชน นักศึกษา สร้างต้นแบบการดำเนินโครงการบริจาคโลหิต และขยายผลไปยังองค์กรและบริษัทต่างๆ

ตั้งแต่ปี 2009 ทางบริษัทซีพีเวียดนามได้จัดทำกิจกรรมบริจาคโลหิตภายในองค์กร เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนจากภายในสู่ภายนอก โดยได้รับการร่วมแรง ร่วมใจ ทั้งชาวไทยและเวียดนาม ในระดับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ และจากจุดนี้ได้ต่อยอดส่งต่อความดี สร้างการมีส่วนร่วมให้กับครอบครัวพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เยาวชน นักศึกษา และทหาร เข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน จนบริษัทได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการบริจาคโลหิตที่เป็นโครงการระดับประเทศ จนถึงปี 2017 บริษัทซีพีเวียดนามได้สนับสนุนให้ผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมโครงการบริจาคโลหิตได้ถึง 13,401 คน และปริมาณโลหิตที่บริษัทได้เข้าร่วมบริจาครวมถึงรณรงค์ให้ทุกคนเข้าร่วมบริจาค จำนวน 127,700 ยูนิตแล้ว
สุขภาพอนามัย
C.P. Vietnam Corporation
แพทย์เยาวชนเวียดนาม ปฏิบัติตามคำสอนของลุงโฮ อาสาสมัครเพื่อสุขภาพอนามัยประชาชน ประเทศเวียดนามสงครามเวียดนามมีประวัติศาตสร์มาอย่างยาวนาน ส่งผลกระทบการดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ อย่างยากลำบาก จากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ชาวบ้านมีปัญหาเดือดร้อน และไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่ดี อีกทั้งภาครัฐยังขาดแคลนบุคคลากรและเจ้าหน้าที่ รวมถึงการสนับสนุนด้านต่างๆ ทำให้ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย จึงเปรียบเสมือนปัญหาที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรง เพื่อลดความรุนแรง แล้วสามารถส่งต่อถึงมือแพทย์ได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดมากขึ้น ดังนั้นภาครัฐและเอกชน จึงต้องร่วมมือในการช่วยเหลือชุมชนที่อยู่ห่างไกล โดยสนับสนุนแพทย์อาสา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และการบริการแจกยารักษาโรค สร้างเป็นโครงการช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และทุกคนมีสิทธิ์การเข้าถึงการดูแลรักษาโรคได้อย่างเท่าเทียมกัน

โครงการนี้จึงตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพอนามัย ให้กับชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ห่างไกลที่ขาดการเข้าถึงการรักษาสุขภาพที่ดี เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเพื่อสร้างการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่เยาวชนในท้องถิ่น สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ผลของการดำเนินโครงการ
-ในปี 2018 มีแพทย์เยาวชน จำนวน 6,000 คน ที่เข้าร่วมโครงการนี้ และจำนวนผู้ที่ได้รับการตรวจโรคและสุขภาพเพิ่มมากขึ้นถึง 100,000 คน ทั่วประเทศเวียดนาม
- โครงการปี 2018 บริษัทซีพีเวียดนาม ทั้งผู้บริหารและพนักงาน ทั้งชาวไทยและเวียดนาม ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมกับสังคมและสนับสนุนการดำเนินการ โดยได้เข้าร่วมโครงการช่วยแจกยาฟรี ให้แก่ชาวบ้านผู้มีฐานะยากจน บริการผ่าตัดตาฟรีให้ผู้สูงอายุ 500 คน ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับครู 5,000 คน ครอบคลุมโรงเรียนจำนวน 700 แห่ง และสอนวิธีการล้างมือด้วยสบู่เพื่อป้องกันโรคให้แก่เด็ก 50,000 คน
- สร้างความภูมิใจ ในการมีส่วนช่วยเหลือสังคม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้กับพนักงาน และชุมชนในพื้นที่ได้เห็นความจริงใจในการสนับสนุนจากทางบริษัท
สุขภาพอนามัย
C.P. Vietnam Corporation
สร้างบ้านพักแก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย โรงพยาบาลมะเร็งแห่งชาติ ประเทศเวียดนามในประเทศเวียดนาม จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นประมาณ 126,000 รายในแต่ละปี และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 94,000 คน โดยเฉพาะส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคมะเร็งในเวียดนามมาตรวจสุขภาพ และรับการรักษาโรค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งผู้ป่วยและครอบครัวจะอยู่ภาวะที่ยากลำบากและเดือดร้อนมาก สามารถบอกได้เลยว่า ถ้ามีผู้ป่วย1 คน ที่เป็นมะเร็งในครอบครัวนั้นภาระทางการเงิน ก็เปรียบเสมือนคน “ล้มละลาย” เนื่องจากสุขภาพแย่ลงไม่เพียงแค่ไม่สามารถทำงานหาเงินเลี้ยงชีพเพื่อเลี้ยงตัวเองได้ และดูแลครอบครัว รวมทั้งยังมีญาติที่ต้องมาดูแลเลี้ยงดูผู้ป่วยเองอีกด้วย การรักษาโรคต้องใช้ระยะยาว ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงอย่างมาก แม้ว่าผู้ป่วยที่มีประกันสุขภาพ ก็ยังเดือดร้อน ไม่เพียงพอในการดำเนินชีวิต ผู้ป่วยบางคนก็รู้ว่าเป็นโรคมะเร็ง ใกล้คียงกับความตายที่จะมาถึงแล้ว แต่ก็ยังต้องทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพ และบางคนต้องหยุดการรักษา รอความตายที่จะมาถึง ด้วยความท้อแท้ในชีวิต
ในกรุงฮานอยมีโรงพยาบาลจำนวนทั้งหมด 12 แห่ง สถาบันรักษาโรคมะเร็งที่มีเทคโนโลยีสูง มีทีมแพทย์ที่ดี และเก่ง จึงทำให้ผู้ป่วยในภาคเหนือต่างก็อยากมารักษาโรคในโรงพยาบาลแห่งนี้ โรงพยาบาล K มีทั้งหมด 1,800 เตียง แต่จำนวนผู้ป่วยสูงกว่า 8 เท่า ซึ่งเตียงนอนสำหรับผู้ป่วย 1 เตียง จะมีคนป่วยนอน 2-3 คน จึงเป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลนี้ ดังนั้นโรงพยาบาลโรคมะเร็ง สาขา Tan Trieu สังกัดโรงพยาบาล K ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ป่วยในจังหวัดต่างๆที่ใกล้เคียงเดินทางมารักษาพยาบาลที่นี่ จึงทำให้การดูแลและการจัดการเกินความสามารถในการให้บริการของโรงพยาบาลดังกล่าว
ด้วยเหตุผลข้างต้น การสร้างที่พักแก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย อยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลด้วยค่าเช่าที่พักต่ำหรือไม่เสียค่าใช้จ่าย โครงการนี้เพื่อการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระแก่ผู้ป่วย สร้างขวัญกำลังใจ ในยามเจ็บป่วย
ผลการดำเนินโครงการ มีดังนี้
-โครงการได้รับการสนับสนุนและยอมรับจากคณะผู้บริหารของโรงพยาบาลและผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างบ้านพักให้สำเร็จในเวลาที่เร็วที่สุด
- ผู้บริหารโรงพยาบาลรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยบริหารจัดการโรงพยาบาลได้ง่ายปลอดภัยและดีมากขึ้น
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเข้าร่วมงานเปิดและมอบบ้านพัก เนื่องจากเห็นถึงผลประโยชน์ของโครงการเพื่อช่วยเหลือ แบ่งบันภาวะเดือดร้อนให้แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
- พนักงานบริษัทซีพีเวียดนาม พร้อมร่วมแรงร่วมใจที่จะช่วยกันทำความสะอาด และเชิญผู้ป่วยรับประทานมื้ออาหารอย่างอิ่มสุขอิ่มใจด้วยกัน ณ บ้านพักแห่งนี้ เพราะพนักงานทุกคนตระหนัดดีว่า การช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระแก่ผู้ป่วยรวมถึงช่วยกันสร้างขวัญกำลังใจ ในยามเจ็บป่วย เป็นการกระทำความดีและสร้างสังคมที่เป็นผู้ให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือสังคมจากใจจริง
- มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้ง เงิน ผ้าห่ม ของใช้ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย สร้างภาพการช่วยเหลือสังคมร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม
สิ่งแวดล้อม
CPG
ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล โดยการจัดสร้างปะการังเทียมที่ผ่านมาประเทศไทยใช้ทรัพยากรทางทะเลเกินขีดจำกัด มีการทำการประมงโดยขาดการควบคุม มีการจับสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเครื่องมือประมงทั้งที่ผิดกฎหมาย และเครื่องมือประมงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ และระดับชุมชน จากการสำรวจรายได้และจำนวนสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง พบว่าลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งท้ายที่สุดก็นำไปสู่การที่ประเทศไทยได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรป เกี่ยวกับปัญหาประมง IUU ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้เร่งออกกฎหมายแก้ไขในทันที ในส่วนของภาคเอกชนเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งมีนโยบายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ชุมชนประมงชายฝั่ง จึงเป็นที่มาของการที่มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น และกรมประมง ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการจัดวางปะการังเทียมนี้ขึ้น

ผลของโครงการวางปะการังเทียมที่คาดหวังให้เกิดขึ้นคือ
1.ปริมาณสัตว์น้ำในบริเวณที่วางปะการังเทียมเพิ่มขึ้น
2.ชนิดของสัตว์น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณที่วางปะการังเทียมเพิ่มขึ้น
3.คุณภาพชีวิตของชุมชนสูงขึ้นจากทรัพยากรสัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้นจากผลของการวางปะการังเทียม
4.ชุมชนเกิดการรวมกลุ่มและกำหนดกติกาในการบริหารการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ และมีความริเริ่มด้วยตัวชุมชนเอง
โดยหลังจากการเก็บข้อมูลด้วยการดำน้ำหลังจากมีการวางปะการังไประยะหนึ่ง ผลที่เกิดขึ้นแล้วได้แก่
1.ปริมาณสัตว์น้ำในบริเวณที่วางปะการังเทียมเพิ่มขึ้น เนื่องจากสัตว์น้ำถูกดึงดูดให้มาอยู่บริเวณปะการังเทียม
2.ชนิดของสัตว์น้ำในบริเวณที่วางปะการังเทียมเพิ่มขึ้น เนื่องจากสัตว์หลายชนิดได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่อาศัยบริเวณปะการังเทียม
3.ทางชุมชน และผู้นำประมงพืื้นบ้าน เห็นความจริงใจในการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของเครือเจริญโภคภัณฑ์
สิ่งแวดล้อม
TRUE
เผ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า กรณีช้างป่าออกทำลายพื้นที่เกษตรกรรม พบว่า ปี 2557 (146 ครั้ง) ลดลง 46.72 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2556 (274 ครั้ง) และลดลง 56.03 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลผลกระทบสูงสุดในปี 2548 (332 ครั้ง) การทำงานของการเฝ้าระวังช้างป่าไม่ให้ออกมาทำลายพืชผลเกษตรกรรมปัจจุบันได้ผลเพียง 50 เปอร์เซนต์ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ช้างป่าทำลายพืชผลเกษตรกรรมไปแล้ว ในช่วงที่ผลผลิต เช่น สับปะรด มีราคาสูง ส่งผลให้เกษตรกรเสียหายจำนวนมาก และอาจกลับมามีความคิดทำร้ายช้างป่าได้ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของโครงการ คือเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อลดผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างช้างป่าและชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานฯ และเพื่อเสริมสร้างและสนับสนุนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติเชิงบวก และความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า

ผลการดำเนินงาน พบว่า
- ผลักดันช้างกลับเข้าพื้นที่ป่าได้เร็วขึ้น
- ลดความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน
- เพิ่มศักยภาพ การทำงานของหน่วย Ranger
- พนักงานได้ศึกษาการประยุกต์นำบริการและเทคโนโลยีขององค์กรเข้าร่วมสนับสนุนและแก้ไขปัญหาของสังคม และวิ่งแวดล้อม
- พนักงานเป็นตัวแทนองค์กรในการสร้างความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่ายและชุมชน
สิ่งแวดล้อม
CPG
ธนาคารสัตว์น้ำชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนจากสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลที่เสื่อมโทรม รวมถึงวิธีการทำประมงแบบทำลายที่มีการจับแม่ปูที่มีไข่นอกกระดอง ส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านจับปูได้น้อยลง เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งมีความตั้งใจในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนได้ตระหนักถึงปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาและองค์กรระหว่างประเทศว่าสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ คือ การเพาะขยายพันธุ์ปูวัยอ่อนโดยชุมชน หรือที่เรียกว่า “ธนาคารสัตว์น้ำ” จึงได้มีการจัดตั้งโครงการธนาคารปูเพื่อชุมชน โดยอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนในการร่วมกันตกลงกติกา กำหนดวิธีการในการรักษา และเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำด้วยตนเอง ซึ่งช่วยรักษาอาชีพประมงพื้นบ้านไปพร้อมกับความยั่งยืนในระบบนิเวศน์ และระบบเศรษฐกิจ

ผลที่ได้รับจากโครงการคือ
1. ชุมชนมีความตระหนักในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
2. ชุมชนมีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
3. ชุมชนสามารถมีรายได้จากการทำประมงปูเพิ่มมากขึ้น
4. ทรัพยากรปูเพิ่มมากขึ้นในบริเวณที่จัดทำโครงการธนาคารปู
สร้างคุณธรรม จริยธรรมทางสังคม
TRUE
หาย(ไม่)ห่วงเนื่องจากในปัจจุบันมีจำนวนบุคคลสุญหาย เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุที่มีอาการสมองเสื่อม และผู้ป่วยจิตเภท การติดตามผู้สูญหายเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ อาทิ ผู้ป่วยจดจำอะไรไม่ได้ ขาดช่องทางและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแจ้งเบาะแสขาดเครือข่ายจิตอาสาและการรณรงค์ให้มีการรายงานเบาะแสเมื่อ พบผู้สูญหาย ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม จึงคิดเพิ่มช่องทางและเครื่องมือ ที่จะช่วยให้จิตอาสาหรือประชาชนทั่วไปสามารถรายงานการพบเห็นผู้สูญหายมายังมูลนิธิกระจกเงาโดยตรงโดยใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีสื่อสารผนวกกับ RFID (Radio Frequency Identification)

วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อพัฒนาช่องทางและเครื่องมือช่วยติดตามและแจ้งเบาะแสผู้สูญหายแก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อดำเนินการติดตามและนำตัวส่งคืนครอบครัว พัฒนาแหล่งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของ ผู้สูญหาย สถานการณ์ของการสูญหาย ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึง สร้างเครือข่ายและแนวร่วมในสังคม เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส ผู้สูญหาย

ผลการดำเนินงานพบว่า สามารถแจ้งเบาะแส ของจำนวนผู้ป่วยสมองเสื่อมซึ่งเป็น เป้าหมายของ Thai Missing App ที่คาดว่า จะหายออกจากบ้านในปี 2561-2562 10 % (100 คน จาก 1,000 คน)
และได้สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังคนสมองเสื่อม หายออกจากบ้าน รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ร่วมเผ้าระวังและแจ้งเบาะแสผู้สูญหาย
การศึกษา
CPALL
ก้าวที่ "พลาด" สู่"โอกาส" สายอาชีพในแต่ละปีมีเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดทางอาญาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปีละหลายหมื่นคน สาเหตุมาจากสถาบันครอบครัวซึ่งเกิดความไม่พร้อมในการมีบุตร การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรจึงขาดความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู สั่งสอน และเกิดความไม่พร้อมทั้งสถานะทางการเงิน การดูแลเอาใจใส่ จึงเป็นบาดแผลที่ทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้กระทำความผิด ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม ตั้งแต่การกระทำความผิดเล็กๆ จนไปถึงการกระทำความผิดแบบร้ายแรง
กรมพินิจ เป็นที่ควบคุมตัวเยาวชนที่เรียกว่า เยาวชนผู้กระทำความผิด (juvenile offender หรือ juvenile delinquent) เป็นการชั่วคราวระหว่างศาลไต่สวน หรือเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อฝึกอบรมหรือรับการดูแลอย่างอื่นตามกระบวนการยุติธรรมต่างหากจากบุคคลทั่วไป โดยมีศาลซึ่งเรียกว่า ศาลเยาวชน (juvenile court) เป็นผู้สั่งให้ควบคุมตัวเยาวชนไว้ ณ สถานพินิจ ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเยาวชนนั้น มีหลายหนทางสำหรับจัดการเยาวชนผู้กระทำความผิด บางกรณีเยาวชนอาจได้รับการปล่อยให้กลับเข้าสู่สังคมหลังจากรับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู

ทางเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมและพัฒนาทักษะวิชาชีพและการแข่งขันทักษะวิชาชีพเด็กและเยาวชน เพื่อพัฒนาความคิด และฝึกวิชาชีพที่เป็นความต้องการของตลาดเพื่อวางแผนและสร้างชีวิตใหม่ให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อมคืนสู่สังคมและสามารถยืนอยู่ได้โดยไม่กระทำความผิดซ้ำ โดยมีผู้ประกอบการเป็นที่ปรึกษาฝึกวิชาชีพ ซึ่งการจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพครั้งนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กและเยาวชนพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองและสามารถแสดงศักยภาพในด้านวิชาชีพ ส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่มีอาชีพหรือมีงานทำ อัตราการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนก็จะลดลง พร้อมทั้งสร้างความภูมิใจและยกระดับวิชาชีพตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
การศึกษา
บริษัท ซี.พี.ลาว จำกัด
เติมฝัน แบ่งปันน้ำใจ ให้น้องบริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจตามหลัก 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ( ต่อประเทศชาติ , ต่อประชาชน , และต่อบริษัท ) ตามค่านิยมขององค์กร โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนยังต่างประเทศ ทางบริษัท ซี.พี.ลาว จำกัด ได้ให้ความสำคัญกับเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังหลักของประเทศเป็นอย่างยิ่ง จากการเข้าไปสำรวจโรงเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานของเยาวชนในประเทศสปป.ลาว พบว่ายังขาดแคลนหนังสือเรียน และอุปกรณ์การเรียนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งสภาพอาคารเรียน ยังชำรุด ไม่เหมาะสมเกื้อหนุนต่อการเรียน การสอน ทั้งนี้เนื่องจากการสนับสนุบจากทางภาครัฐ

ผู้บริหารและเพื่อนพนักงานในบริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกันจัดหาทุนทรัพย์ ในการจัดซื้อหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬา อีกทั้งยังจัดหาเครื่องกรองน้ำดื่มที่สะอาด พร้อมทั้ง ปรับปรุง หลังคาและอาคารเรียน เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งาน

จากผลการดำเนินโครงการ พบว่า อาคารเรียนและ สถานที่ มีความเหมาะสมกับการเรียน การสอน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ครูและนักเรียน มีหนังสือเรียน และอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นให้เพียงพอต่อการเรียน การสอน
นักเรียนมีสุขภาพอนามัย ที่สมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำดื่มที่สะอาดในการบริโภค และรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
เกิดความร่วมมือ ร่วมกัน ระหว่างโรงเรียน ชุมชน และบริษัทฯ
สุขภาพอนามัย
Myanmar C.P Livestock Co., Ltd.
Milk For Kidsอีกมุมนึงจากประเทศใกล้เคียงประเทศไทย ยังมีปัญหาเกี่ยวกับเด็กๆที่รอได้รับการแก้ไข ซึ่งหนึ่งในนั้ก็คือประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศนึงที่ประสบปัญหา มีเด็กไร้บ้านและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวนมาก ที่ขาดแคลนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะขาดการบริหารจัดการอย่างทั่วถึง ไม่มีการสนับสนุนทางโภชนาการอย่างต่อเนื่อง ทำให้เด็กๆเหล่านั้นประสบภาวะโภชนาการไม่เพียงพอต่อการเติบโตทางร่างกาย ขาดสารอาหารที่ครบถ้วนที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กๆ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาประชากรด้อยคุณภาพในอนาคตอันใกล้
โครงการ Milk for Kids เกิดขึ้นมาจากจิตอาสาของพนักงาน CP Myanmar ที่อยากส่งต่อพลังแห่งความดีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างเครือข่ายในความช่วยเหลือที่สามารถช่วยได้ ได้จัดโครงการให้มีการร่วมกันบริจาคเงินเพื่อนำามาซื้อนมให้เด็กๆเหล่านั้น ได้มีนมดื่มเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ขาดสารอาหาร และมีพัฒนาการทางด้านร่างกายที่ดีขึ้น ต่อมาบริษัทจึงให้การสนับสนุนโครงการบริจาคนมโดยร่วมกับภาคการศึกษาของรัฐเพื่อดำเนินการอย่างเป็นรูปแบบจากการดำเนินการตั้งแต่ปี 2018 มีการบริจาคนมให้เด็กไร้บ้าน สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และโรงเรียน 6 โรงเรียน นักเรียน 5,000 คน นม โรงเรียน 30,000 ลิตร ซึ่งผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก
จากการทำโครงการดังกล่าว ได้สร้างรอยยิ้มของเด็กๆที่ได้ดื่มนมที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้พวกเขามีความสุข และเฝ้ารอที่จะดื่มนมจากแรงสนับสนุนของหน่วยงานในทุกๆสัปดาห์ ทั้งนี้สิ่งที่เห็นได้ด้วยตาคือพวกเขามีร่างกายที่ดี เด็กมีพัฒนาการ มีความสูงที่เพิ่มขึ้นจากเดิม มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยบ่อย อีกทั้งยังทำให้พวกเขามีสมาธิในการเรียนรู้และพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆที่สร้างพัฒนาการของพวกเค้าเหล่านั้น และสำหรับพนักงานที่ได้มอบความสุขให้กับเด็กๆแล้วสิ่งที่พวกเขามีก็คือความสุขที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเด็กๆ นั่นเอง และแผนในอนาคตพวกเค้ายังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมกันทำโครงการที่สร้างความสุขนี้ต่อไปและยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการทำโครงการนี้ต่อไป เพราะรอยยิ้มจากเด็กๆที่ได้ดื่มนมที่อร่อยและมีคุณค่าทำให้เขามีความสุข
สร้างงานสร้างอาชีพ
CPTG
แปลงใหญ่ข้าวประชารัฐ จ.สุพรรณบุรีเนื่องจากราคาข้าวตกต่ำและแปรปรวนสูง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงและมีความเสี่ยงสูง ขาดตลาดรองรับที่แน่นอน ในราคาที่เหมาะสม ต้นทุนในการปลูกข้าวค่อนข้างสูง อีกทั้งการปลูกข้าวภาคใต้มาตรฐาน GAP ซึ่งมีความปลอดภัย ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร เราจึงต้องการพัฒนาความรู้และการผลิตสารชีวภัณฑ์เพื่อใช้สำหรับการปลูกข้าวปลอดภัยกับเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำที่เป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ
รวมถึงพัฒนาสังคมโดยรอบโรงสีข้าวสุพรรณบุรีซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำให้มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ปลอดภัย

โครงการนี้ จึงถูกคิดขึ้น และผลที่ได้รับจากโครงการ มีดังนี้
1. การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
- ผลผลิตเฉลี่ย/ไร่ เพิ่มขึ้น 78 กก./ไร่ (จาก 650 กก./ไร่ เป็น 728 กก./ไร่)
- เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,058 บาท/ไร่
- ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น 41,160 บาท/ครัวเรือน/ฤดูกาล (พื้นที่ทำนา 20 ไร่/ครัวเรือน)
2. การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม
- แปลงนาในโครงการผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP 85%
- ลดการสร้างผลกระทบในนาข้าว มีการทำเกษตรปลอดภัยตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิต ที่ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่รับรอง GAP มีความปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค มีการผลิตที่สามารถทวนสอบย้อนกลับได้ 100 %
3. การพัฒนาด้านสังคม จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การจัดถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี การจัดพิธีเชิดชูเกียรติชาวนา สืบสานประเพณีการทำขวัญข้าวถ่ายทอดเยาวชนลูกหลานชาวนา และจัดทำโครงการน้ำใจนี้จากพี่สู่น้องสนับสนุนการทำเกษตรในโรงเรียนพัฒนาปากน้ำ สอนการปลูกผักและขายนำรายได้เข้าโครงการอาหารกลางวัน สร้างการมีส่วนร่วมพัฒนานักเรียน 745 คน
สิ่งแวดล้อม
CROP
ปั่นรักษ์ ปันชีวิตปัจจุบัน เกิดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรสัตว์น้ำทะเล และะปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศน์ทางทะเล จากการใช้เครื่องมือประมง อีกทั้งทำประมงเกินขนาด และขาดความรับผิดชอบ
วัตถุถุประสงค์ของโครงการ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของพนักงานและครอบครัว เพื่อร่วมอนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ทะเล ในการรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเล กับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนที่ทำประมงพื้นบ้าน เพื่อให้พนักงานได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ทะเล สนับสนุนกิจกรรม CSR ของกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์

ผลของการดำเนินโครงการ และประโยชน์ที่ชุมชน/สังคม หรือพนักงานได้รับ มีดังนี้ พนักงานเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย พนักงานและชุมชน ตระหนักในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำทะเล ชาวประมงชายฝั่ง มีความรับผิดชอบต่อการใช้อุปกรณ์ไม่เกินขนาดและไม่ทำลายระบบนิเวศน์ทางทะเลในการทำประมง ท้องทะเลมีระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร นำไปสู่การสร้างอาชีพให้ชาวประมงชายฝั่ง
การศึกษา
TRUE
อุปกรณ์จดบันทึกอักษรเบรลล์เพื่อผู้พิการทางสายตา(Braille Note Taker หรือ MEM-เม็ม (My Eye Memory))ผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย มีจำนวน 188,050 คน (จากสถิติคนพิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการ , มิถุนายน พ.ศ.2560 โดยยังไม่รวมถึงจำนวนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนไว้) ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการทางสายตา ทำให้ผู้พิการทางสายตา สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ กว้างไกล เทียบเท่าบุคคลปกติทั่วไป แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากรด้านต่างๆ จึงทำให้มีผู้พิการทางสายตาจำนวนไม่ถึง 10% ที่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ ผู้พิการทางสายตาส่วนใหญ่จึงยังเป็นผู้ด้อยโอกาสอยู่

วัตถุประสงค์ของโครงการอุปกรณ์จดบันทึกอักษรเบรลล์เพื่อผู้พิการทางสายตา (เครื่อง MEM) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการสื่อสารให้กับผู้พิการทางการมองเห็น รวมถึงเพื่อให้พัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็น และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสระหว่างองค์กร จิตอาสาและประชาชนทั่วไป

ดังนั้น เครื่อง MEM จึงถือเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยให้การจดบันทึกของผู้พิการทางสายตาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปุ่มเซลล์อักษรเบรลล์บนเครื่องคล้ายพิมพ์ดีด ทำให้จดบันทึกได้เร็วขึ้น สามารถส่งเข้าเครื่องมือสื่อสารเช่น Smart Phone และคอมพิวเตอร์ แปลงเป็นภาษาคนปกติได้ นอกจากนี้ยังมีขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาง่าย สามารถส่งการบ้านครูได้ด้วยตนเอง เท่าทันคนปกติ ซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้ของนักเรียนตาบอดที่เรียนร่วมกับนักเรียนปรกติมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยลดภาระของครูและเพื่อนจิตอาสาที่ต้องให้ความช่วยเหลืออีกด้วย
สุขภาพอนามัย
True CSR
พัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตผู้พิการบุคคลออทิสติกไทยประเทศไทยมีเด็กป่วยเป็นออทิสติกกว่า 3 แสนคน ทุกๆ 1,000 คน มีเด็กเป็นโรคออทิสติก 6 คน มีเพียงร้อยละ 10 หรือ 30,000 คนของบุคคลออทิสติกที่เข้าถึงบริการ บุคคลออทิสติกไม่สามารถสื่อสาร ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่งผลให้ครอบครัว ผู้ปกครอง มีความกังวลกับความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกในอนาคต กลุ่มทรูในฐานะผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีสื่อสาร ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมของกลุ่มเปราะบาง จึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น True Autistic Series ขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลออทิสติกทั้งด้านกายภาพและสติปัญญา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติก เนื่องจากเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการขีดเขียน และพัฒนาการด้านอื่นๆ ของชีวิต การสร้างเสริมสมาธิ สายตาและทักษะการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นด้านการสื่อสาร การอยู่ร่วมกับคนในสังคม ซึ่งจะช่วยนำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาด้านทักษะอาชีพ นอกจากนี้ยังส่งมอบ Tablet ให้กับครูและผู้ปกครองเพื่อนำไปสอนบุคคลออทิสติก ตามศูนย์ฝึกอบรมเครือข่ายของมูลนิธิออทิสติกทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ ทรูยังร่วมกับมูลนิธิออทิสติก จัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพบุคคลออทิสติกไทย เพื่อส่งเสริมการฝึกอาชีพต่างๆ ที่เหมาะสมกับศักยภาพ นำไปสู่การสร้างรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียมโดยสามารถพึงพาตนเองได้อย่างยังยืน

ผลของการดำเนินโครงdาร และประโยชน์ที่ได้รับ พบว่า เด็กออทิสติกกว่า 2,000 คน มีพัฒนาการที่ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด สามารถสื่อสารได้ กล้ามเนื้อมือมัดเล็กมีการพัฒนา จนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และนำไปสู่การฝึกอาชีพและมีงานทำ สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ อีกทั้ง Application autistic ยังเป็นเครื่องมือสำหรับผู้ปกครองในการฝึกลูกๆให้มีศักยภาพที่ดีขึ้นได้ ด้วยตนเองที่บ้าน ลดค่าใช้ในการในการเดินทางไปพบแพทย์ ด้านการพัฒนาความเคลื่อนไหว ผู้ปกครอง มีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้น ลดความภาวะเครียดลง ลดปัญหาการทำลายตัวเอง และลูกที่เป็นบุคคลออทิสติก โดยโครงการมีแนวทางในการขยายผลในเรื่องของการพัฒนา Application autistic ให้มีเครื่องมือในการฝึกพัฒนาการของบุคคลออทิสติกในเรื่อง ภาวะอารมณ์ สติปัญญา วิชาการ เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับคนปกติในสังคมได้
สร้างคุณธรรม จริยธรรมทางสังคม
China
ทีมจิตอาสาซีพีโลตัส ( 卜蜂莲花义工队)ปัญหาความยากจนและคุณภาพชีวิตในประเทศจีนที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมีอยู่มากมาย ที่เมืองกว่างโจวจากการสำรวจ มีประชากรฐานะยากจนมากที่สุดกว่า 110,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ไร้สมรรถภาพการทำงาน ผู้ไร้รายได้ประจำ ผู้ป่วยไร้คนดูแล ผู้เกษียณอายุ และไร้อาชีพถูกเลิกจ้าง จากการสนับสนุนของ Mr. Li WenHai ที่ให้ความสำคัญเรื่องความกตัญญู อันเป็นหัวใจหลักของวัฒนธรรมองค์กร ชิวเหม่ยเจียวพนักงานซีพีโลตัส ผู้แสวงหาความหมายการใช้ชีวิตและการแบ่งปัน เริ่มต้นความฝันของเธอในการทำ ประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเข้าไปสัมผัสกับงานอาสาสมัครเป็นประจำและนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนพนักงานได้รับฟัง ทำให้เกิดทีมอาสาสมัครสาขาหนันไห่โดยริเริ่ม “แผนการถ่ายทอดความอบอุ่น” ไปเยี่ยมเยียนผู้ยากไร้ในชุมชนและให้ความสำคัญเรื่องพัฒนาการศึกษาที่จะนำพาคนหลุดพ้นจากความยากจน โดยร่วมกับองค์กรอาสาช่วยเหลือการศึกษา จัดทำห้องสมุดโลตัสแห่งแรกที่โรงเรียนมัธยมชางอู่ซาน เพื่อให้คนได้เข้าไปเรียนรู้และเพิ่มศักยภาพให้กับตนเอง

จากอาสาสมัครทีมเล็กๆ ปัจจุบันแต่ละสาขาของซีพีโลตัสได้จัดตั้งทีมอาสาสมัครของตนเองและร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นคณะกรรมการกำกับดูแลรัฐบาล ช่วยเหลือผู้ยากไร้และส่งเสริมการศึกษา สามารถก่อตั้งห้องสมุด Lotus และ Music Club แห่งแรกในโรงเรียน Lechang Wushan Middle School กับสมาคม Lecong และที่ Huazhou, Yingde, Hunan บรรลุความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และจัดตั้งโรงเรียนประถม CP Lotus Hope แห่งแรกผ่านการ ระดมทุนของลูกค้า ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสร้างจิตสำนึกขอบคุณและมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต ทั้งนี้เป้าหมายในการทำโครงการถือว่าเป็นที่น่าพอใจและสามารถสร้างศักยภาพให้คนที่เข้ามาใช้ห้องสมุดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่งผลให้ทุกฝ่ายเกิดกำลังใจและพลังในการขับเคลื่อนโครงการต่อไป
สร้างคุณธรรม จริยธรรมทางสังคม
Lotus China
กองทุนช่วยเหลือพนักงานต้าอ้ายโลตัส 卜蜂莲花基金“เรามาร่วมกันช่วยเหลือครอบครัวโลตัสกว่าหมื่นครอบครัวด้วยกันเถอะ” คือคำกล่าวของ Mr.Li WenHai ประธานบริหาร CP Lotus China ที่ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความกตัญญูเปรียบกับดอกบัวเอาไว้ “ดอกที่ร่วงโรยไม่ได้ไร้ความรู้สึก เพราะมันกลายเป็นปุ๋ยดูแลดอกไม้ต่อไป” แสดงถึงความรู้สึกขอบคุณและห่วงใยพนักงาน ที่เป็นเสมือนครอบครัวโลตัสจึงสนับสนุนการจัดตั้ง“กองทุนต้าอ้ายของโลตัสเขตใต้” เพื่อช่วยเหลือพนักงานและครอบครัว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเจ็บป่วยหรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

ทั้งนี้ทางบริษัทฯได้มอบทุนเริ่มต้นสองแสนหยวน เพิ่มขึ้นปีละสองแสนหยวน และจากเงินสมทบจากพนักงานในแต่ละเดือน เพื่อนำไปใช้ในการลดภาระและสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงาน และเป็นการช่วยเหลือยามพนักงานหรือครอบครัวเจ็บป่วย ในกรณีไร้ที่อยู่อาศัยเนื่องจากภัยพิบัติ หรือกรณีสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต ความช่วยเหลือเหล่านี้ล้วนเป็นกำลังใจ ที่จะช่วยหล่อเลี้ยงให้พนักงานสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และยังสามารช่วยให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้น และมีกำลังใจในการทำงานต่อไป

จากการก่อตั้งกองทุนตั้งแต่ปี 2014 รากฐานที่หยั่งลึกได้แผ่กิ่งใบให้ผลประโยชน์แก่พนักงาน อีกทั้งยังลดความกังวลใจจากภาระความเดือดร้อนเรื่องการเงิน ในส่วนของการทำกองทุนในครั้งนี้ได้ช่วยเหลือพนักงานไปแล้วกว่า 80 ครอบครัว มีเงินหมุนเวียนในกองทุนกว่า แปดแสนหยวน ความช่วยเหลือเหล่านี้ทำให้พนักงานมีกำลังใจในการทำงาน ตลอดจนสร้างความสามัคคี เกิดความรักความผูกพันธ์ต่อองค์กร เสริมสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับองค์กรต่อไป
สิ่งแวดล้อม
CPALL
ลดใช้ถุงพลาสติกในมหาวิทยาลัยในปัจจุบันถุงพลาสติกได้เข้ามามีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคที่เน้นความสะดวกสบายของผู้บริโภค ซึ่งถุงพลาสติกที่เรานิยมใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เป็นพลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติก มีอายุการใช้งานสั้น ทำให้เกิดขยะจากถุงพลาสติกถึงวันละ 5,300 ตัน ทำให้เกิดปัญหาในการฝังกลบถุงพลาสติกเพราะต้องใช้เวลาในการย่อยสลายถึง 450 ปี และในระหว่างการย่อยสลายก็จะปลดปล่อยมลพิษไปในดินและน้ำ ถ้าหากนำขยะถุงพลาสติกไปเผาก็จะทำให้เกิดมลพิษในอากาศอย่างรุนแรง นอกเหนือจากนั้นถุงพลาสติกที่ถูกทิ้งลงในทะเลทำให้สัตว์น้ำกินเข้าไปและต้องตายเป็นจำนวนมาก จนทำให้สัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลาโลมา ปลาพะยูน และเต่าทะเลมีจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าเป็นห่วง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงได้จัดทำโครงการ "ลดการใช้ถุงพลาสติกของร้านเซเว่นฯ ในมหาวิทยาลัย" ขึ้นโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาฯ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชน และคนทั่วไปในเรื่องการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยการรณรงค์ลดการใช้ ถุงพลาสติก (Reduce) และนำถุงพลาสติกที่อยู่ในสภาพดี สะอาด มาใช้ใหม่ (Reuse) รวมทั้งการรวบรวมถุงพลาสติกที่แห้งและสะอาดส่งเข้าโรงงาน เพื่อผลิตวัสดุพลาสติกอื่นๆ (Recycle) ทั้งนี้เพื่อเป็นโครงการนำร่องและเป็นแบบอย่างที่ดีในการนำไปขยายผล ซึ่งเป็นการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนและสังคมต่อไป

จากผลการดำเนินโครงการ พบว่า
- ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ลดลง ประมาณ 80 %
- นิสิต นักศึกษา ลูกค้าทั่วไป มีความเข้าใจในโครงการฯ และเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการลดการใช้ถุงพลาสติก รวมทั้งขยายผลไปยังครอบครัวและชุมชม
- โครงการประสบผลสำเร็จ และเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมและประเทศชาติ
- โครงการลดการใช้ถุงพลาสติก เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเกิดจากการสร้างความตระหนักและร่วมมือกันในการลดการใช้ถุงพลาสติก ตามกรอบพัฒนาความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ (UN Global Compact)
- สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโดยเป็นศูนย์การเรียนรู้ในการดำเนินโครงการลดการใช้ถุงพลาสติกให้กับสถาบันการศึกษาอื่น องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน
สิ่งแวดล้อม
Philippines
Agro-Industrial Business Group
ปลูก...วันนี้ เพื่อสิ่งที่ดีในวันข้างหน้า Mangrove Planting - Plant Today, Reap Tommorowจากสภาพความเสื่อมโทรมของป่าชายเลนบริเวณ Calaguiman เมืองBataan ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ส่งผลทำให้เกิดปัญหาระบบนิเวศพื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะหน้าดินพังทลาย จนเหลือพื้นที่ชายฝั่งลดน้อยลงไปเป็นอย่างมาก ซึ่งบางครั้งเกิดจากภัยพิบัติที่ส่งผลนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในบริเวณชุมชน ซึ่งค้นพบว่าปัญหาดังกล่าวกระทบถึงการหาเลี้ยงชีพและการดำเนินชีวิจในปัจจุบันของชุมชนบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก

ดังนั้นการฟื้นฟูป่าชายเลนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทซีพีเอฟฟิลิปปินส์ ให้ความสำคัญและดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยในการจัดทำโครงการครั้งนี้ได้ร่วมทำกับชุมชนและภาครัฐ เพื่อเป็นการพลิกฟื้นคืนผืนป่าชายเลนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และเป็นการปกป้องระบบนิเวศ ได้ร่วมกันทำการปล่อยสัตว์น้ำ อาทิเช่น ปู ปลาและกุ้ง เพื่อเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำให้มากขึ้น เป็นธนาคารสัตว์น้ำในพื้นที่ป่าชายเลนให้กลับมาเหมือนเดิม รวมถึงเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนภายในพื้นที่บริเวณป่าชายเลน จากการดำเนินการในปี 2014 ถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการปลูกป่าชายเลนไปแล้วกว่า 38,000 ต้น บนพื้นที่กว่า30ไร่ มีอัตราการรอด 95% โดยพื้นที่ป่าชายเลนนี้ยังได้จัดเป็นสวนป่าสาธารณะเชิงนิเวศ ให้เป็นแหล่งศึกษาและเป็นพื้นที่ในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชน ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ตลอดจนมีการรณรงค์ให้ชุมชนเห็นความสำคัญและร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ของตนเองสืบไป
การศึกษา
TRUE
ICT Talent : โครงการผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพคน ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถของประเทศได้อย่างยั่งยืน...และด้วยสถานการณ์โลกที่มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารองค์ความรู้ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทัดเทียมและทั่วถึง ดังนั้น การส่งเสริมให้สถานศึกษาสามารถปรับตัวและเข้าถึงเทคโนโลยี หรือ ICT เพื่อการศึกษาได้ จึงเป็นเครื่องมือและช่องทางสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรความรู้ในทุกห้องเรียน เชื่อมโยงสู่การพัฒนาทักษะคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน โครงการผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ( ICT Talent ) จึงมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพคน พัฒนาทักษะด้าน ICT ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้สอดคล้องตามบริบทรายพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม สร้่่างงาน-สร้างอาชีพ สร้างความผูกพัน และสร้างแรงบันดาลใจในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน ผลักดัน-ส่งเสริมให้ ผอ.และครูเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตนเองจากรุ่นสู่รุ่น ในลักษณะการสืบทอดผู้นำรุ่นใหม่ของชุมชน

ผลการดำเนินงาน พบว่า
1. ประโยชน์ต่อชุมชน / สังคม
บุคลากรในโรงเรียนและชุมชน ได้รับการพัฒนาทักษะด้าน ICT ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน และการบริหารจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 สามารถพัฒนาทักษะความรู้สู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

2. ประโยชน์ต่อพนักงาน/องค์กร
> พนักงานรู้สึกภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของตนเองที่สามารถนำทักษะในการทำงาน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนาการจัดการศึกษาของประเทศไทยได้
> สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นผู้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของประเทศอย่างแท้จริง
> เสริมสร้างความตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของ ICT ที่มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน
> เป็นการนำศักยภาพขององค์กรทางด้านเทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากรในองค์กร เช่น Multimedia ของ True Click Life / สื่อ True Visions / True Fiber high speed Internet ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในยุคดิจิทัล
สร้างงานสร้างอาชีพ
CPF
น้ำผึ้งชันโรงดอกเสม็ดขาวแห่งป่า 3 น้ำจากเดิม ชาวบ้าน ตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา หาน้ำผึ้งในป่าเสม็ดซึ่งเข้าข่ายบุกรุกป่าชายเลน(พื้นที่ป่าชายเลน ทช.38) ทาง CPF ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวและได้สานเสวนาและเสนอให้ทางชุมชนไปอบรมการเลี้ยงผึ้งชันโรงที่ ศูนย์ผึ้งปันแต จังหวัดพัทลุง และชุมชนก็นำมาประยุกต์ใช้ เลี้ยงตามขั้นตอนและก่อให้เกิดรายได้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำโครงการ คือ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนผลิตน้ำผึ้งชันโรงจากดอกเสม็ดขาวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชุมชนผู้เลี้ยงผึ้ง ไม่น้อยกว่า 5500 บาท / เดือน / คน และ เพื่อสร้างศูนย์เรียนรู้และเผยแพร่การเลี้ยงผึ้งชันโรงให้กับ ชุมชนเพื่อความยั่งยืนต่อไป

ผลการดำเนินโครงการ พบว่า ชุมชนผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงสามารถผลิตน้ำผึ้งชันโรง ไม่น้อยกว่า 30 ขวด / เดือน โดยชุมชนสามารถเพิ่มรายได้ ไม่น้อยกว่า 5,500 บาท / เดือน / คน และมีจำนวนคนที่เข้าศึกษาและเรียนรู้ศูนย์ผึ้งชันโรง ไม่น้อยกว่า 135 คน / เดือน
สุขภาพอนามัย
CPF
ซีพีเอฟ วิ่งเพื่อการกุศล (CPF RUN FOR CHARITY)ชมรมสุขภาพของโรงงานอาหารสัตว์บกบางนา จัดกิจกรรมวิ่งออกกำลังกายภายในโรงงาน ต่อมาผู้บริหารเห็นความสำคัญต่อสุขภาพของพนักงานจึงมอบหมายให้ คุณวิโรจน์ คัมภีระ ประธานชมรม CPF Running club จัดงานวิ่งครั้งแรกโดยเชิญ คุณอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร เป็นประธานและร่วมงานวิ่ง ณ ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงบอน กรุงเทพฯ ปี 2559 เป็นต้นมา ในปี 2560 ได้พัฒนารูปแบบการวิ่งเพื่อการกุศล และเป็นแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในบริษัทฯ ในการรวมบุคลากรเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประชาชนทั่วประเทศมาร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม

ผลการดำเนินโครงการ และมูลค่าเพิ่มที่ได้จากโครงการ
1. จำนวนยอดบริจาคองค์กรสาธารณกุศลทั่วไปประเทศ 2,230,000 บาท
2. ค่ารักษาพยาบาลพนักงานลดลง
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
1. ได้รับความร่วมมือของคนในชุมชนรอบบริษัทฯ
2. ภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
3. การผนึกกำลังระหว่างธุรกิจในเครือฯ
4. การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อาหารในเครือฯ
5. สร้างแรงจูงใจให้พนักงานรักการออกกำลังกาย
6. ค่ารักษาพยาบาลพนักงานลดลง
สร้างคุณธรรม จริยธรรมทางสังคม
TRUE
สามเณรปลูกปัญญาธรรม นานาชาติคณะผู้จัดทำโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรมได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เริ่มมีมากขึ้นเกี่ยวกับเยาวชนในสังคมโลกในปัจจุบัน ที่เติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารและรับรู้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้แบบไม่มีขีดจำกัด ทำให้มีพฤติกรรมเลียนแบบ เกิดสภาวะความเครียดในการใช้ชีวิตเนื่องจากมีการเปรียบเทียบ เกิดปัญหาความรุนแรงในเด็กและครอบครัว โรคซึมเศร้า อันก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมาหลากหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการกระทำผิดของเยาวชนในสังคม คดีของเยาวชนและครอบครัวที่ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการแก้ปัญหาด้านความคิดและการปลูกฝังคุณธรรมในจิตใจอย่างยั่งยืนและเป็นวัคซีนป้องกัน สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ นั่นคือการใช้ธรรมะ สร้างสติปัญญา สมาธิ และเมตตาธรรมแก่เยาวชน พัฒนาต่อยอดไปสู่ Compassion & Kindness ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพามนุษยชาติไปสู่ความสงบสุข ด้วยความรักและการแบ่งปันดูแลธรรมชาติ ดูแลโลก และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

จากผลตอบรับที่ดีในประเทศสู่ความท้าทายสำหรับโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ที่จะพัฒนาต่อยอดสู่ระดับสากล ในเรื่องของการเรียนการสอนจนนำไปสู่กุญแจสำคัญนั้นก็คือ Compassion & Kindness ผ่านการฝึกให้มีการใช้ชีวิตอย่างมีสติและการทำสมาธิ รวมไปถึงการปลูกฝังคุณธรรมและความเมตตาในจิตใจของเยาวชน โดยมีการถ่ายทอดเรื่องราวและบทเรียนจริง จากวิทยากรนานาชาติ และระดับสากล เป็นภาษาอังกฤษผ่าน Broadcast Live in Thailand และ Live Streaming ทาง www.truelittlemonk.com และ www.facebook.com/truelittlemonk เพื่อเพิ่มโอกาสแก่ผู้ชมและผู้ที่สนใจทั่วโลกในการรับชมและเรียนรู้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจัดทำในรูปแบบของสารคดีเรียลลิตี้ธรรมะถ่ายทอดสด วิถีชีวิตของเด็กชายหลากหลายสัญชาติทั้ง 12 คน ที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อเป็นตัวแทนบรรพชาสามเณร ซึ่งเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนพฤติกรรมและวัฒนธรรมที่แตกต่างมารวมกัน โดยมีตัวแทนเด็กชาย 12 คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งนิวซีแลนด์ เนปาล ออสเตรเลีย เคนย่า จีน อังกฤษ และประเทศไทย เข้าเรียนรู้ธรรมะเป็นระยะเวลา 31 วัน และผลตอบรับไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กที่เข้าร่วมโครงการฯ เท่านั้น ยังส่งผลถึงผู้ชมรายการที่เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องการทำสมาธิ การอยู่ร่วมกับทุกสรรพสิ่งในโลก โดยเริ่มต้นจากการดูแลรักษาธรรมชาติตามแนววิถีวัดป่า การปลูกป่า การอยู่ร่วมกับสัตว์อย่างมีความเมตตากรุณา รู้จักพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
สุขภาพอนามัย
CP Lotus
China
CP Lotus Spring Pink Charity“กองทุนเงินดูแล spring pink” เป็นการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มสตรีด้อยโอกาสในสังคม ลดปัญหาการเข้าถึงด้านสาธารณสุข และปัญหาความยากจน

ปัญหามะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ยังคง เป็นปัญหาใหญ่ สำหรับสตรีในพื้นที่ชนบท การเข้าถึงการตรวจมะเร็งทั้ง2ชนิดนี้ มี อัตราส่วนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของประชากร ทั้งหมด ในประเทศจีน ซึ่งมะเร็งทั้ง 2 ชนิดนี้ มีโอกาสรักษาให้หายได้ ถ้าตรวจพบได้เร็วและ เข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที Mr.Li WenHai ประธานบริหารบริษัท CP Lotus China ได้วาดภาพที่แสดงความรู้สึก ถึงจิตวิญญาณแห่งความกตัญญูต่อบุพการี เส้นโค้งที่สอดคล้องกัน นิยามถึงหญิงสาว ที่ตั้งครรภ์และหญิงชราหลังค่อม ชี้ให้เห็น ถึงช่วงชีวิตของสตรีเพศ พร้อมบทกวีที่กล่าว ไว้ว่า “แม่ได้มอบความเยาว์วัยให้กับฉัน แต่ เก็บร่องรอยความร่วงโรยไว้กับตัวเอง” จาก ภาพวาดนี้เอง CP Lotus ได้จัดพิมพ์เป็นการ์ด ขนาดเล็กส่งให้ลูกค้าในวันแม่แห่งชาติ ซึ่ง ได้รับความสนใจจากรัฐบาล และสหพันธ์ สตรีมณฑลกวางตุ้ง ในปี 2009 ได้ร่วมกันสร้าง โครงการ "Spring Pink Charity" เพื่อเชิดชู พระคุณแม่และดูแลห่วงใยสุขภาพสตรี เงิน รายได้ทั้งหมด นำไปใช้ในการช่วยเหลือ สตรีผู้ยากไร้ ให้เข้าถึงการตรวจรักษามะเร็ง และจัดตั้ง “กองทุนเงินดูแล spring pink” เป็นการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มสตรี ด้อยโอกาสในสังคมลดปัญหาการเข้าถึงด้าน สาธารณสุข และปัญหาความยากจน
การดำเนินการ 9 ปี ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจาก รัฐบาลจนเกิดเป็นกระแสสังคม กองทุนฯ สามารถระดม ทุนได้กว่า 10 ล้านหยวน มีสตรีมารับการตรวจคัดกรอง มะเร็งกว่า 5,000 คน กว่าพันคนที่ตรวจพบเซลมะเร็ง และกว่า 103 คน ที่ทนทุกข์ทรมานจากมะเร็งขั้นรุนแรง และได้ให้การรักษาจนพวกเขาเหล่านั้นผ่านพ้นความ ทุกข์ทรมานมาได้ ในปี 2017 ได้ต่อยอดตั้งเป้าวางแผน เข้าถึงพื้นที่ชนบทในมณฑลกวางตุ้ง 2,277 แห่ง ภายในระยะเวลา 3 ปี